วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2551

0005 การกลายพันธ์ของโทรศัพท์ เป็นคอมพิวเตอร์มือถือ

โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Phone) หรือคอมพิวเตอร์มือถือ (Handheld Computer) ถูกรวมเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวกันมาได้ระยะหนึ่ง คนรุ่นใหม่ใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์มากกว่าที่เคยใช้ในอดีต เพราะโทรศัพท์มีหน้าที่ช่วยให้การสื่อสารด้วยเสียงระหว่างคน 2 คน จากสถานที่ ๆ แตกต่างกันประสบความสำเร็จ
PDA (Personnel Digital Assistant) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยบันทึกสิ่งต่าง ๆ และช่วยเตือนความจำเหมือนเลขาส่วนตัว บริษัท Palm ประสบความสำเร็จจากการจำหน่วย PDA ของตนอย่างมาก อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้บริหารมีบันทึกช่วยจำ บันทึกนัดหมาย เปิดอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ สามารถอ่าน และตอบอีเมล ดูหนัง ฟังเพลง และอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อมาบริษัท Microsoft ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับ Mobile Device หรือคอมพิวเตอร์มือถือ และจำหน่ายให้บริษัทต่าง ๆ นำไปสร้างผลิตภัณฑ์ของตน โดยใช้ชื่อใหม่ว่า Pocket PC เช่นคอมพิวเตอร์มือถือของ Hewlette-Packard หรือ Compaq เป็นต้น
Pocket PC ได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการของบริษัท Microsoft จึงมีโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้คุ้นเคย เช่น Word และ Excel เป็นต้น และยังใช้ดูหนัง ฟังเพลงด้วย Microsoft Media Player และ Pocket PC รุ่นใหม่ ๆ ยังมีความสามารถใช้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ใช้สามารถหาอุปกรณ์เสริมมาติดตั้งเพิ่ม เพื่อขยายขีดจำกัด เช่น แป้นพิมพ์ภายนอกแบบพับเก็บได้ หน่วยความจำภายนอกที่ถอดเปลี่ยนได้ หรือกล้องถ่ายรูปภายนอก เป็นต้น
เมื่อต้องการซื้อโทรศัพท์ใหม่ หรือเปลี่ยนโทรศัพท์ อาจต้องใช้เวลาเลือกไม่น้อย เพราะโทรศัพท์ที่มีความสามารถใหม่ ๆ ออกมาให้เลือกตลอดเวลาด้วยราคาที่ลดลง ผู้เขียนเคยซื้อเครื่องละเป็นหมื่นบาท เพราะต้องการความสามารถบางอย่าง เมื่อผ่านไปประมาณ 1 ปี ราคาลดเหลือเพียง 6,000 บาทเท่านั้น สำหรับนักพัฒนาโปรแกรมอาจต้องมองหารุ่นที่รองรับภาษาจาวา (Java Language) เพราะปัจจุบันสถาบันต่าง ๆ สอนให้นักศึกษาเขียนโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งโปรแกรมเข้าไปใช้ในโทรศัพท์ ด้วยการเชื่อมต่อเข้าคอมพิวเตอร์แบบต่าง ๆ เช่น Data Link, Infrared, BlueTooth หรือ External Memory เป็นต้น
มีผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ นำไปใช้รับรายการอาหารของลูกค้าในร้านอาหาร หรือจองตั๋วภาพยนต์ที่หน้าโรงภาพยนต์ มาแล้ว หรือผู้ประกอบการที่สนใจการเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต สามารถใช้โทรศัพท์เปิดอ่านอีเมล ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เพื่อตอบข้อซักถามของลูกค้า หรือรับคำสั่งซื้อทางอีเมล เป็นต้น รวมถึงการแนบภาพสินค้าที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์ แล้วส่งให้ลูกค้าทางอีเมลอย่างสะดวกรวดเร็ว ปัจจุบันมีข่าวการใช้ SMS หรือ MMS ส่งข้อมูลสินค้า และบริการ เช่น ผู้เขียนเป็นตัวแทนประกันชีวิตของ AIA มักได้รับ SMS จากบริษัท แนะนำสินค้าใหม่ ๆ ช่วยให้การเสนอขายสินค้าได้อย่างทันเหตุการณ์ เป็นต้น
ปัจจุบันนักศึกษาสามารถใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ เปิดอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์ที่อาจารย์สร้าง และเปิดให้บริการฝึกสอบ ส่งการบ้าน สืบค้นข้อมูล หรืออ่านข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เพราะบริการไร้สายผ่าน Wi-Fi หรือ Wireless LAN ที่สถาบันการศึกษาเปิดให้บริการ ทำให้นักศึกษาสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของสถาบันได้ฟรี คอมพิวเตอร์มือถือ หรือ โน็ตบุ๊ก (Notebook) ในปัจจุบันมีราคาประมาณ 30,000 บาท ทำให้นักศึกษา หรือหน่วยงานต่าง ๆ เลือกซื้อมาใช้แทนเครื่องแบบตั้งโต๊ะ เพราะเคลื่อนย้าย และพกพาได้สะดวก ทำให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เช่น นักธุรกิจที่เข้ามาในลำปาง และมีคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือโทรศัพท์รุ่นใหม่ สามารถนำคอมพิวเตอร์ส่วนตัวไปขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้จากร้าน Internet Café บางแห่งในลำปางได้ และด้วยบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จากบริการ ADSL ที่มีราคาถูกลง จนชนชั้นกลางสามารถมีใช้ตามบ้านได้แล้ว

0004 Blog คือ แบบของเว็บไซต์ เพื่อนักคิด นักเขียน

การกำหนดชื่อโดเมน (Domain Name) เช่น microsoft.com หรือ lampang.net เป็นต้น ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรก ในปีค.ศ.1986 (พ.ศ.2529) ตามมาด้วยการพัฒนา Browser ในปีค.ศ.1991 (พ.ศ.2534) ตั้งแต่นั้นมา ก็มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมาย และมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป เช่น อีคอมเมอร์ซ อีเลินนิ่ง อีเมล อีบุ๊ค เว็บบอร์ด เกมออนไลน์ และไดอารี่ออนไลน์ เป็นต้น ปีค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) คำว่า Blog มาจากคำว่า Web Log เริ่มถูกใช้โดย Jorn Barger และถูกบันทึกใน Oxford English Dictionary ในปีค.ศ.2003 (พ.ศ.2546) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่ง ของบริการในเว็บไซต์ที่กำลังได้รับความนิยม สำหรับนักคิด นักเขียนรุ่นใหม่
Blog คือ สมุดบันทึกแบบเว็บไซต์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงแสดงความคิดเห็น บทวิจารณ์ ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ส่วนตัว หรืออื่น ๆ ที่เจ้าของให้ความสนใจ รวมถึงการเปิดให้ผู้เยี่ยมชม แสดงความคิดเห็นต่อหัวข้อต่าง ๆ ความนิยมต่อ Blog มีสูงขึ้นมาก ปัจจุบันมีเว็บไซต์ของคนไทยที่เปิดบริการฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการมี Blog ของตนเอง เพื่อเผยแพร่ หรือบันทึกสิ่งที่มาจากความคิด ของนักคิด นักเขียนรุ่นใหม่ เช่น Bloggang.com Weblog.manager.co.th blogdd.com exteen.com buddyway.com และ gotoknow.org เป็นต้น ตัวอย่างบริการที่ได้รับจากผู้ให้บริการ Free Blog เช่น ระบบสมาชิก ซึ่งแสดงความเป็นเจ้าของต่อผลงานของตนเอง นำผลงานไปเผยแพร่ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกท่านอื่น มี Blog ส่วนตัวเพื่อเผยแพร่เฉพาะผลงานของตนเอง มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในบทความอื่น สามารถส่งรูปถ่ายเข้าไปในบทความของตนเองเป็นต้น ตัวอย่างโฮมเพจที่ได้จากการสมัครกับ manager.co.th คือ http://weblog.manager.co.th/publichome/thaiabc/ เมื่อผู้เขียนตั้งชื่อ Blog ว่า thaiabc หลังสมัครแล้วสามารถใช้งานได้ทันที ไม่จำเป็นต้องยืนยัน (Verify) ด้วยอีเมล
ผู้เขียนพัฒนาเว็บไซต์ lovelampang.com เพื่อเผยแพร่ ภาพถ่ายสถานที่ ภาพเหตุการณ์ ภาพบุคคล ข่าวสาร และฐานข้อมูล ได้ปรับปรุงระบบเป็น Blog เพื่อเป็นตัวอย่างการนำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับลำปางเป็นสำคัญ ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็น ต่อเรื่องราวต่าง ๆ และเปิดให้ดาวน์โหลด Source Code ได้ทั้งหมด พร้อมให้คำปรึกษาฟรี เพื่อนำไปติดตั้งในเว็บไซต์ของตน ถ้าผู้อ่านมีเครื่องบริการ (Server) ของตนเองที่บริการ PHP
ปัจจุบันนักเรียนทั้งระดับประถม และมัธยม ได้รับการอบรมการเขียนโฮมเพจ มีผลงานเก็บไว้ในโรงเรียน และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชม เช่น www.anubal-lp.ac.th www.bwc.ac.th หรือ www.yupparaj.ac.th เป็นต้น พบว่าพัฒนาได้ดี มีเนื้อหา และเทคนิค ไม่แพ้นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ขาดแต่ประสบการณ์ และการประชาสัมพันธ์ ในอนาคตถ้าฝึกให้นักเรียนมี Blog ของตนเอง ฝึกให้รู้จักคิด และเขียน รู้จักการเผยแพร่ผลงาน น่าจะเป็นเวทีที่ช่วยให้เยาวชนรู้จักใช้ประโยชน์จากไอทีในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น
การสอนให้นักเรียนใช้ Blog จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทัศนคติของครู เพราะ Blog คือการเผยแพร่บทความอย่างไม่หวงวิชา การเป็นครูที่ดี ต้องคิดใหม่ทำใหม่ เช่น แม่ปู สอนลูกปู ถ้าแม่ปูยังเดินตรงไม่ได้ จะสอนลูกปูให้เดินตรงได้อย่างไร ครู หรืออาจารย์ ควรมี Blog ของตนเอง เพื่อแสดงความเป็นแท่นพิมพ์ที่ดี ให้ลูกศิษย์ได้เห็นว่าพวกเขามีแบบอย่างที่ดี เห็นความคิด และตัวตนของอาจารย์จากบทความ นักเรียนย่อมเข้าใจ และปฏิบัติตามด้วยใจรัก ทำให้สังคมแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้นในที่สุด ถ้าครูสอนให้นักเรียนรู้จักคิด รู้จักเขียน เมื่อนักเรียนถามย้อนกลับไปว่า แล้วครูเคยเขียนอะไรในอินเทอร์เน็ตบ้าง ทำไมค้นหาชื่อครูใน google.com ไม่เจอ ผู้เขียนก็เชื่อว่าครูต้องอึ้งไปชั่วขณะ และหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับครูรุ่นใหม่ยุคไอที

0003 อีเมลของคนไทย

อีเมล (e-mail) หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ คือ บริการที่ทำให้มนุษย์สามารถรับส่งข้อมูลข่าวสารได้ง่ายกว่า เมื่อ 100 ปีก่อนมาก ผู้ส่งเพียงแต่พิมพ์ข้อความลงในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งไปถึงอีเมลของผู้รับ เมื่อผู้รับเปิดอ่านอีเมล ก็จะเข้าใจสิ่งที่ผู้ส่งต้องการสื่อความหมาย นักคอมพิวเตอร์รู้จักการใช้ประโยชน์จากอีเมลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไปหลายด้าน เพราะอีเมลเสมือนสิ่งที่ระบุการมีตัวตนของมนุษย์ในโลกไซเบอร์ (Cyber World) มีบริการมากมาย ที่ต้องใช้อีเมลในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้
กรมการปกครอง ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี จึงเปิดบริการฟรีอีเมล บนเว็บไซต์ khonthai.com ชาวไทยทุกคนสามารถขอใช้อีเมลได้ฟรี และได้รับ เลขบัตรประชาชน@khonthai.com เช่น p3520300266740@khonthai.com สำหรับรหัสผ่าน (Password) หรือ รหัสบุคคล (Pin Code) สามารถขอได้จากฝ่ายทะเบียนฝ่ายทะเบียนราษฏร สำนักทะเบียนอำเภอ / เขต / เทศบาล ทุกแห่งทั่วประเทศ ทุกภาคเรียนผู้เขียนจะมอบหมายให้นักศึกษาในชั้นเรียนไปขออีเมลจากสำนักงานดังกล่าว แล้วใช้ส่งโครงงานด้วยอีเมลของตนเอง ถึงผู้เขียน ซึ่งถือเป็นงานชิ้นเล็กที่ทุกคนต้องทำให้ได้
ยังมีฟรีอีเมลที่น่าสนใจ เช่น hotmail.com หรือ yahoo.com ซึ่งมีบริการเสริมมากมาย แต่ต้องติดตั้งโปรแกรม messenger ซึ่งดาวน์โหลดฟรีได้จากผู้ให้บริการ ทำให้เห็นภาพคู่สนทนาผ่านกล้อง Web Cam และใช้เสียงผ่าน Microphone จึงสามารถสนทนากับเพื่อน หรือญาติ ที่นั่งใช้คอมพิวเตอร์ และใช้โปรแกรมเดียวกันจากที่ใด ๆ ในโลก รวมทั้งการสนทนาผ่านแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ และส่งแฟ้มเอกสารระหว่างคู่สนทนาไปพร้อม ๆ กันได้ บริการนี้สามารถนำมาประยุกต์เพื่อสอนนักศึกษา (e-Learning) หรือประชุมทางไกล (Video Conference) ผู้เขียนเคยทดสอบสนทนากับเพื่อนในอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้ง ด้วย MSN Messenger (thaiall@hotmail.com) โดยเฉพาะเพื่อนที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL
อีเมลอาจเป็นดาบสองคมได้ ถ้าไม่รู้จักใช้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือใช้ละเมินสิทธิของผู้อื่น ก็อาจติดคุกได้ เช่น ข่าวการเผยแพร่ภาพอนาจารของแฟนสาว ด้วยการส่งอีเมลที่แนบแฟ้มภาพอันไม่เหมาะสมให้กับเพื่อนในอินเทอร์เน็ต เพื่อลงโทษแฟนสาวที่บอกเลิกตน เมื่อแฟนสาวแจ้งความ หนุ่มผู้ใช้อีเมลในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ในฐานะที่ทำให้เรื่องควรเก็บไว้ระหว่างคน 2 คน ถูกเผยแพร่ และก่อความเสียหายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ประกอบการบางรายใช้ประโยชน์จากอีเมล เพื่อการค้าขาย (e-Commerce) โดยพัฒนาเว็บไซต์อย่างง่าย ๆ มีค่าใช้จ่ายไม่เกินปีละ 1,000 บาท แล้วนำภาพสินค้า บริการ และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับธุรกิจของตนไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าได้รู้จักสินค้า หรือ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายนั่นเอง มีบริษัทมากมายทำการตลาด ด้วยการส่งอีเมลเผยแพร่ข้อมูล หรือชักชวนให้เข้าเว็บไซต์ของบริษัท เช่น buildingthai.org หรือเว็บไซต์กลุ่ม workathome เป็นต้น ถ้าลูกค้า หรือผู้สนใจต้องการรายละเอียด ก็จะส่งอีเมลไปสอบถามได้ ลดข้อจำกัดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย เวลา และภาษาได้มาก ถ้าต้องการความสมบูรณ์เกี่ยวกับ e-commerce สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาช่วยเหลือ ในลำปางมีอยู่หลายบริษัท เช่น cookkoo.com หรือ payaftersale.com เป็นต้น
บริการของอีเมลมี 2 ลักษณะ คือ Pop Mail และ Web-Based Mail นักเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่นิยมใช้บริการ Web-Based Mail เพราะไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ผู้ใช้สามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องใด ๆ ที่เชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต แล้วใช้โปรแกรม Internet Explorer เปิดเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ เพื่ออ่านจดหมาย และตอบได้อย่างสะดวก ผู้ใช้สามารถขอใช้บริการฟรีได้จาก thaimail.com หรือ se-ed.net เป็นต้น อีกบริการหนึ่งคือ Pop Mail เหมาะสำหรับนักธุรกิจ หรือผู้ใช้ที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว สามารถใช้ Outlook หรือ Eudora เป็นต้น จุดเด่นของบริการนี้คือความรวดเร็ว เพราะโปรแกรมจะ Download อีเมลจากเครื่องบริการมาไว้ยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ขณะเขียน หรืออ่าน ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อต้องการส่ง หรือรับใหม่ จึงจะเชื่อมต่อกับเครื่องบริการเป็นครั้ง ๆ ไป บริการแบบนี้มักต้องมีค่าใช้จ่าย แต่สามารถขอใช้ฟรีได้จาก softhome.net เป็นต้น
บริการฟรีทุกอย่างในอินเทอร์เน็ตล้วนมีข้อจำกัด หากผู้ใช้ต้องการขยายข้อจำกัดออกไป จะต้องจ่ายค่าบริการ เพราะผู้บริการ คือนักธุรกิจที่ต้องหารายได้ เพื่อความอยู่รอด และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการขยายข้อจำกัด เพราะ 90% ของผู้ให้บริการฟรี ล้วนประกอบธุรกิจเพื่อความอยู่รอด มีเพียง 10% เท่านั้น ที่ให้บริการด้วยอุดมการณ์ และไม่หวังสิ่งตอบแทนจากผู้ใช้บริการ จึงขอขอบคุณผู้ให้บริการด้วยอุดมการณ์ทุกท่าน จากใจจริง

0002 เซอร์ทิฟายร์ (Certify) หรือใบรับรอง (Certificate)

เป็นเอกสารที่ช่วยให้ผู้ที่มีไว้ในครอบครองหางานหรือเปลี่ยนงานได้อย่างมีประสิทธิผล เสมือนใบเบิกทางสู่งานที่ถนัด และผลตอบแทนที่สูงเพราะใบรับรองคือเอกสารที่รับรองว่าบุคคล มีความรู้ความสามารถตามเกณฑ์ที่ผู้ออกใบรับรองตั้งไว้
เกณฑ์การออกใบรับรองมีหลายระดับ ตั้งแต่ที่ออกให้สำหรับผู้ผ่านการอบรม ร่วมกิจกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือสอบผ่านตามเกณฑ์ ความน่าเชื่อถือของใบรับรองขึ้นอยู่กับชื่อเสียงขององค์กรที่ออกให้ เช่น ใบรับรองของบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems) ย่อมน่าเชื่อถือกว่าของโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์เล็ก ๆ ในต่างจังหวัด ดังนั้นจำนวนใบรับรองอาจไม่ใช่หลักประกันที่แน่นอนในการได้รับการพิจารณาถูกคัดเลือกเข้าทำงาน แต่ความน่าเชื่อถือของใบรับรองที่ตรงกับความต้องการขององค์กรต่างหากที่สำคัญ แต่ถ้าท่านไม่แน่ใจว่าใบรับรองใดที่เป็นใบเปิดทางที่แท้จริงก็ขอแนะนำให้ไล่ล่าใบรับรองให้มากที่สุด เพราะไม่ทราบว่าความสามารถใดจะถูกนำไปใช้ในอนาคต ตามที่เคยเห็นนักเรียนระดับมัธยมเข้าสอบสัมภาษณ์ขอรับทุนเรียนต่อ เตรียมแฟ้มผลงาน (Portfolio) ไว้เยอะมาก เพราะคำโบราณที่ว่า รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล อาจไม่เหมาะกับยุคโลกไร้พรมแดนอย่างในปัจจุบัน
หนึ่งในใบรับรองที่น่าสนใจสำหรับนักคอมพิวเตอร์ คือ ใบรับรองจาวาโปรแกรมเมอร์ที่ออกโดยบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems) สำหรับผู้สอบผ่านความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาจาวา ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีบุคลากรด้านภาษาจาวาไม่ได้ตามเกณฑ์ที่ถูกยอมรับ จึงเป็นเหตุให้ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำโครงการจาวาภิวัฒน์ (JavaPiwat.org) เพื่อส่งเสริมให้มีจำนวนคนไทยสอบผ่าน และมีใบรับรอง เพิ่มจากหลักร้อย เป็นหลักหมื่น ในเวลาอันใกล้นี้
ผู้เขียนได้รับทุนเข้าสอบ และผ่านการสอบ ร่วมกับอาจารย์ในเขตภาคเหนืออีกกว่า 20 ท่าน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้ให้ทุน จึงจัดทำเว็บเพจแนะนำผู้ที่สนใจ หรือต้องการทดสอบตนเองที่ http://www.thaiall.com/class โดยหวังว่าจะส่งเสริมให้คนไทยผ่านการสอบมากยิ่ง ๆ ขึ้นตามเป้าหมายของโครงการจาวาภิวัฒน์ ยังมีอีกหลายบริษัทที่จัดสอบให้ใบรับรอง และบริษัทเดียวกันสามารถออกให้หลายใบ แต่ต่างตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ หรือรุ่นของซอฟต์แวรนั้น เช่น บริษัทไมโครซอฟต์ ในอนาคตสถาบันการศึกษาคงต้องส่งเสริม และผลักดันให้นักเรียน นักศึกษา สามารถสอบผ่านใบรับรองระดับนานาชาติมากขึ้น ทำให้องค์กรคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถตามที่ต้องการได้ง่าย และส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย ดังที่ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ประสบความสำเร็จมาแล้ว

0001 แฮ็กเกอร์มือใหม่กับผู้ดูแลระบบมือใหม่

ถูกเจาะระบบอีกแล้ว .. เป็นคำพูดติดปากของผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ในสถาบันการศึกษา เมื่อตรวจพบผู้บุกรุกจากข้อมูลการเข้าใช้ (User Log) หรือหลังจากเครื่องบริการ (Server) ถูกปิดโดยไม่ทราบสาเหตุ .. จึงเป็นหน้าที่ของผู้ดูแลที่ต้องค้นหาสาเหตุ และผู้รับผิดชอบ ที่อาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีทิ้งร่องรอยให้ติดตาม
สถาบันการศึกษาเป็นองค์กรที่แฮ็กเกอร์มือใหม่ จัดอันดับให้เป็นเป้าหมายระดับต้น ๆ เพราะเปิดให้บริการครบถ้วน และมักถูกดูแลโดยผู้ดูแลมือใหม่ ที่มีงานสอน และงานอื่น ๆ ล้นมือ ต่างกับบริษัทเอกชน ที่มีบุคลากรรับผิดชอบด้านความปลอดภัยโดยตรง สำหรับผู้ไม่ประสงค์ดีที่เลือกสถาบันการศึกษา เป็นเป้าหมายอาจเป็น นักเรียนในโรงเรียนที่ซื้อหนังสือสอนการเจาะระบบ ซึ่งหาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป เช่น ดวงกมล ดอกหญ้า หรือซีเอ็ด เป็นต้น จากนั้นก็ Download โปรแกรมที่แนะนำในหนังสือ มาใช้เจาะระบบ มาทดสอบ หรือลองวิชาจากที่ได้อ่าน ผลของการทดสอบโปรแกรมเหล่านั้น โดยนักเรียน หรือสมาชิกในองค์กร อาจสร้างความเสียหาย ตามลักษณะการทำลายแต่ละแบบได้จริง ผู้ดูแลมือใหม่ จึงควรศึกษาการเจาะระบบไว้ เพราะหนังสือเหล่านั้น จะแนะนำการป้องกัน จากการคุกคามของผู้ไม่ประสงค์ดีเช่นกัน
นักเรียนในปัจจุบัน สามารถสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หรือรับการแนะนำจากแฮ็กเกอร์ที่มีประสบการณ์ระหว่างสนทนา (Chat หรือ MSN) โปรแกรมที่นักเรียนได้รับมา อาจเป็นโปรแกรมแบบโทรจัน ที่ตั้งเวลาทำงาน หรือเฝ้ารอผู้ใช้คนอื่นเข้ามาติดกับดัก เพราะคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนส่วนใหญ่ เป็นแบบหลายผู้ใช้ ที่ผลัดกันเข้ามาใช้ โปรแกรมบางตัวอาจขโมยข้อมูลของผู้ใช้ แล้วส่งให้กับผู้ไม่ประสงค์ดี หรือมีเป้าหมายในการทำลายระบบ เช่น ไวรัส(Virus) หรือส่งแสปม(Spam) เป็นต้น ปัจจุบันผู้ใช้อีเมลได้รับจดหมายขยะที่ส่งมาจากการกระทำของผู้ไม่ประสงค์ดี หรือผู้ไม่รู้เท่าทันจำนวนมาก เพราะคอมพิวเตอร์ในสถาบันการศึกษา หรือองค์กร ปล่อยอีเมล อย่างไม่ตั้งใจ และยังรวมไปถึง ผู้ที่ตั้งใจส่งอีเมลเพื่อการค้า(Work at Home หรือรวยอยู่บ้าน) เป็นต้น
การดูแล และอัพเกรด(Upgrade) โปรแกรมในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องให้ทันสมัย เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม OS, Anti Virus หรือ Anti Spam เพราะการเจาะระบบส่วนใหญ่ อาศัยความบกพร่องของโปรแกรมที่มีอยู่แล้วในเวอร์ชั่นเก่า เช่น WindowsXP1 หรือ Redhat 8 เป็นต้น หากเปลี่ยนเป็น WindowsXP2 ก็จะไม่ถูกเจาะระบบได้โดยง่าย เพราะผู้ผลิตทราบจุดบกพร่อง และได้แก้ไขในรุ่นถัดไป สำหรับโปรแกรมรุ่นเก่า มักมีการนำจุดบกพร่องมาเปิดเผย ในอินเทอร์เน็ต ผู้ไม่ประสงค์ดีจึงเขียนโปรแกรม เพื่อเข้าทำลายตามช่องโหว่เหล่านั้น
ความล้มเหลวจากการใช้คอมพิวเตอร์เกิดขึ้นได้ทั้งทางฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ของท่านอาจไม่ถูกเจาะ แต่ระบบแฟ้มอาจเสียหายจากการใช้ หรืออายุการใช้งานที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ข้อมูลหาย หรือคอมพิวเตอร์หยุดทำงานแบบแก้ไขไม่ได้ ถ้าท่านให้ความสำคัญกับข้อมูล การสำรองข้อมูล (Backup) จึงเป็นคำตอบที่ดี เพราะอุปกรณ์สำรองข้อมูลมีราคาลดลงมาก เช่น CD-R เก็บได้ถึง 700 MB มีราคาเพียงแผ่นละ 6 บาท ส่วนนักศึกษาในปัจจุบัน มักพก Handy Drive ติดตัว เพราะเก็บข้อมูลได้ถึง 128 MB แต่ราคาไม่ถึง 1000 บาท อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ท่านสำรองข้อมูลที่สำคัญ ถ้ามั่นใจว่าจะป้องกันตนเองจากผู้บุกรุกอาจไม่ครบถ้วน ก็ควรมีแผนสอง คือการสำรองข้อมูล และมีแผนเรียกคืนในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2551

โปรแกรมแก้วสารพัดนึก คืออะไร

โปรแกรมแก้วสารพัดนึก คือ โปรแกรมที่ช่วย ติดตั้งเครื่องบริการเว็บ เครื่องบริการฐานข้อมูล โอเพนซอร์ส และรวมบทความมากมาย สำหรับนำไปเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง หลังติดตั้งเสร็จจะได้โปรแกรม Apache + PHP + MySQL + Perl + Script เช่น e-Commerce, e-Learning, CMS, Article และ Source Code
download : http://www.thaiabc.com/
โรงเรียนใดใช้งานระบบนี้ แจ้งชื่อโรงเรียน ชื่ออาจารย์ url e-mail หรือเล่าประสบการณ์ให้ฟังสักหน่อย ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันครับ จะได้นำบทเรียนไปพัฒนาต่อครับ

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ความหมายของภาษาพีเอชพี

ภาษาพีเอชพี (PHP Language) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทโอเพนท์ซอร์ท (Open Source Computer Language) สำหรับพัฒนาเว็บเพจแบบไดนามิก เมื่อเครื่องบริการได้รับคำร้องจากผู้ใช้ก็จะส่งให้กับ ตัวแปลภาษา ทำหน้าที่ประมวลผลและส่งข้อมูลกลับไปยังเครื่องของผู้ใช้ที่ร้องขอ ในรูปเอชทีเอ็มแอล ภาพ หรือแฟ้มดิจิทอลอื่นใด ลักษณะของภาษามีรากฐานคำสั่งมาจากภาษาซี เป็นภาษาที่สามารถพัฒนาให้ใช้งานแบบโต้ตอบกับผู้ใช้ได้
ภาษาพีเอชพี (PHP Language) มีการทำงานแบบเซอร์ฟเวอร์ไซต์สคริปต์ (Server-Side Script) จึงต้องมีเครื่องบริการ (Server) ที่ทำหน้าที่บริการการแปลภาษา และส่งผลให้กับเครื่องผู้ใช้ (Client) ที่ร้องขอด้วยการส่งคำร้องเข้ามายังเครื่องบริการ คำว่า PHP ย่อมาจาก Personal Home Page แต่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงเปลี่ยนเป็น Professional Home Page
ประวัติของภาษาพีเอชพี (PHP Language History)
ภาษาพีเอชพีถูกคิดค้นขึ้นในปีค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) โดย Mr.Rasmus Lerdorf เพื่อใช้ตรวจสอบสถิติการเข้าชมเว็บของตนเอง ต่อมาในปีค.ศ.1995 มีการเผยแพร่ภาษานี้สู่สาธารณะ และพัฒนาเป็น PHP/FI หรือพีเอชพีรุ่น 2 จนกระทั่งกลางปีค.ศ.1996 เริ่มมีทีมพัฒนาอย่างจริงจังโดยมี Mr.Zeev Suraski และ Mr.Andi Gutmans ร่วมทีม และพัฒนาเป็นพีเอชพีรุ่น 3

http://www.thaiall.com/php