วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

วันนี้ปล่อยโฮ หลังดูหนังเศร้า ถือโอกาสระบาย เก็บไว้เยอะแล้วหนัก (๕๒.)

ล้ม ก็มาทำแผล เย็บหลายเข็มเหมือนกัน


[ตีกรอบ]
เปิดภาคเรียนมาได้ เกือบ 2 เดือนแล้ว
ผมโชคดีที่ที่ทำงานให้รับผิดชอบสอนวิชาที่เคยสอน
ไม่ต้องไปทุกวันเหมือนแต่ก่อน
วันไหนมีสอน จะพาคุณแม่ไปฝากน้าไว้
มีน้าหลายคนคอยให้กำลังใจเสมอมา พึ่งท่านได้
ล่าสุด พบปัญหาว่าคุณแม่มีกรอบความคิดของตนเอง
ไม่ค่อยฟัง
คือ ท่านคิดนอกกรอบ เกินกว่าที่คาดไว้มาก
ทำให้ต้องเปลี่ยนกรอบ และปรับไปตามสถานการณ์
พูดเรื่องกรอบ ทุกครั้งที่ไปพบนักศึกษาแต่ละกลุ่ม
ก็จะเตรียมกรอบไปให้นักศึกษา
วันนี้เอากรอบเรื่อง Ascii table
อีกวันเอาเรื่อง linked list บ้าง
array, algorithm, pseudocode บ้าง
ง่าย ๆ หน่อยก็ blogger กับ multimedia
ล่าสุดก็ array of char กับ pyramid
เข้าไปคุยกันนักศึกษาทีไร
ก็พบกรอบความคิดไปด้วย
ก็พบว่า นักศึกษาบางคนคิดนอกกรอบ
แล้วบางคนก็คิดในกรอบที่วางไว้ เป็นธรรมดาของโลกน่ะครับ

[ผมถูกตีกรอบ]
ปกติอยู่บ้าน ผมก็จะกำหนดกรอบให้ตัวเอง
เอาเรื่อง json, xml, android, gcc บ้าง
แต่ส่วนใหญ่วนกลับไปที่ responsive กับ wp ครับ
เพราะเป็นหน้ากากของทุกเรื่อง
เปลี่ยนเรื่องนิดนึง
วันนี้ดูหนังเรื่อง Odd Thomas (2013)
เคยดูแล้ว วันนี้กลับไปดูอีก
เพราะไม่หาอะไรคิด ทำ ตรวจงาน หรือเตรียมสอน
ก็จะดูหนัง
ผมเป็นคนที่ไม่ฟังเพลงครับ แต่ดูหนังได้
บางวันดู 3 เรื่อง บ่อยเลย

[สะปอยอยนิดนึง]
ช่วงชีวิตของผมปล่อยโฮ ก็ไม่กี่ครั้ง
ปล่อยตอนทุกข์ หรือเศร้ามากมายนั่นหละ
จะปล่อยตอนอยู่คนเดียว ปลีกวิเวกด้วย
ที่จำได้ก็พึ่งเป็นช่วงปีนี้หละครับ
เค้าว่าให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ
อ่านหนังสือธรรมะ
ฟังเทป ฟังธรรม และอีกมากมาย ที่จะช่วยได้
แต่วันนี้ พอปล่อยโฮไปรอบนึง
รู้สึกสบายใจขึ้น ได้ผ่อนคลาย
คงเพราะได้ระบาย ที่เก็บไว้นาน
ปล่อยโฮตอนเห็นฉากจบในหนัง
หลังเห็น พระเอกต้องตกอยู่ในความเศร้า
เห็นใครเศร้า แล้วก็อดเศร้าไม่ได้
สมัยเด็กดู ดาวพระศุกร์ คนที่บ้านผมก็ร้องไห้ระงม
ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรกับเค้าหรอก ยังเล็กนัก
นึกถึงช่วงนี้
จำได้ว่าที่เคยปล่อยโฮไปอีกเรื่อง
ก็ตอนดูเรื่อง ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ 
ชีวิตก็อย่างนี้หละครับ มีสุข มีเศร้า
คละเคล้ากันไป



หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ




วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

คุมกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น (๕๑.)

นั่งพัก เปลี่ยนมุมดูทีวี


ไม่ได้เขียนมาเดือนกว่าแล้ว
หลัง ๆ มามีอาการใหม่เกิดขึ้น 2 - 3 อย่าง

[ต้องให้มะขามแขกวันเว้นวัน]
ระบบขับถ่ายเริ่มมีปัญหา
คุณแม่จะบ่นปวดท้องเข้าห้องน้ำบ่อย
ดื่มน้ำน้อย ให้ดื่มก็บอกว่าท้องอืด
แอบเทน้ำทิ้งบ้างก็มี
บางครั้งจำได้ ก็จะให้เทน้ำใส่แก้วเยอะ ๆ
ในอดีตชอบดื่มน้ำมาก
เดี๋ยวนี้ จิบน้ำ ยังยากเลย
เพราะกลืนน้ำไม่เก่งเหมือนก่อน
บ่นปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ
ดูแล้วให้มะขามแขก วันเว้นวันกำลังดี
ให้ครั้งละ 4 เม็ด
อาหารมีผลไม้ครึ่งหนึ่งทุกมื้อ
น้ำนมมีทั้ง ensure และ foremost รสจืด
ที่น่าจะเสริมการดื่มน้ำ
ที่เป็นน้ำกับยาก่อนอาหาร และน้ำกับยาก่อนนอนได้
อันที่จริงมียาระบายอีก 2 ขนาน
แต่ช่วงนี้เน้นสมุนไพรมะขามแขก
ที่เน้นการบีบลำไส้ใหญ่
มากกว่ายาระบายที่เพิ่มน้ำในลำไส้ใหญ่
เพราะให้ทีไร ท้องเสียทุกที

[ขากระตุก]
ขาคุณแม่กระตุกเห็นได้ชัดในบางวัน
เป็นผลจากโรคพาร์กินสัน กินยามา 2 ปีแล้ว
เห็นอาการเพิ่มขึ้นชัดเจนลงไปที่ขาก็ช่วงนี้
หลัง ๆ มา ช่วงเย็นจะกระตุกถี่ขึ้น
ถามท่าน ก็บอกว่ายุงกัน
ผมนึกถึงเท้าเป็นเหน็บเลย
คงรู้สึกว่าจี๊ด ๆ ที่เท้า เวลากระตุก

[น้ำลายไหล]
คุณแม่กลืนน้ำลายยากมาหลายเดือน
ช่วงนี้สำลักน้ำลายถี่มาก แต่ไม่ค่อยสำลักอาหาร
ทานข้าวช้า ท่านระวังเป็นที่สุด
คำไหนกลืนไม่ได้ก็คาย
กลางคืนก่อนนอน สติกำลังจะหาย
คุณแม่จะสำลักน้ำลายอย่างรุนแรงทุกคืน
หลัง ๆ มานี้ ท่านบ่นว่าน้ำลายไหลออก
เวลานอน ต้องคอยเช็ด
เข้าใจว่าการคุมริมฝีปากเริ่มแย่ลง
เช้ามาพูดได้ไม่ชัด
สายมาพูดได้ดีขึ้น
เวลาสติแข็ง ๆ ท่านก็พูดได้เสียงดังฟังชัดเลย
บางคืนก็นอนเพ้อคนเดียวตอนตีหนึ่ง
เล่าได้ชัด เป็นเรื่องเป็นราว ก็มี

วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มะขามแขก ใช้ไม่ได้ผล (๕๐.)

มีทั้งยาก่อนอาหาร ยาก่อนนอน
ยาระบาย และยาแก้แพ้


[อาการท้องผูก]
นั่งค้นในเว็บพบว่า
ผู้คนมากมายมีอาการท้องผูก มีหลายแบบ
คนธาตุเบา ทานอะไรนิดหน่อยก็แก้ไขได้
คนธาตุหนัก ทานอะไรเยอะหน่อยก็แก้ไขได้
คนท้องผูกอย่างมีสาเหตุ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
คุณแม่ของผม เป็นพาร์กินสัน
กล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหารมีปัญหา
ประสาทควบคุมอัตโนมัติทำงานได้ไม่ดี
ไปหาหมอทั้งเรื่องการกลืน ปัสสาวะ และอุจจาระ
แต่ละอาการ ก็แก้ไขต่างกันไป เน้นธรรมชาติบำบัด
อาหารก็เน้น กล้วย มะม่วง มะละกอ สับปะรด ปลา กุ้ง
ขนมปังอ่อน ขนมหวาน
ช่วงนี้ มะม่วงน้ำปลาหวาน กับมะขามคลุก ทานทุกวัน
วิธีแก้ก็ใช้ยา
มะขามแขก
Bisolax
Laevolac
มีครั้งที่ไปหาหมอ สวนทวาร 2 วันต่อกันก็ไม่ออก
หมอให้ Laevolac มา พบว่า ออกมาแต่โดยดี
หลังทานไป 2 ช้อนโต๊ะ

[มะขามแขก 5 วันต่อกัน]
ช่วงแรก มะขามแขก มีฤทธิ์ทำให้ลำไส้หดตัว
แล้วเร่งให้อุจจาระออกมาแต่โดยดี
ทานเข้าไป ลำไส้จะหดตัว จนรู้สึกได้
คุณแม่ก็รู้สึก พยายามเข้าห้องน้ำทุกวัน
แต่ไม่ออก บ่นว่าอยากถ่าย แต่ไม่ออก
ช่วงแรกเคยได้ผล ทานเช้า ออกเย็นก็เคย
ทานวันที่หนึ่ง ไปออกวันที่สาม ก็เคย
เริ่มตั้งแต่วันละ 2 เม็ด ไปถึงวันละ 4 เม็ด
แต่ช่วงหลังทานวันละ 4 เม็ด
ต่อกัน 5 วัน ไม่ออก แต่บ่นว่าปวดท้องอยากถ่าย
พออุจจาระที่ค้างท่อแข็ง
ใช้การสวนทวาร ก็ไม่ได้ผล
ก็ต้องพึ่งคุณหมอ
ท่านก็ตรวจเอ็กซเรย์ ให้ยา และมีคำแนะนำดี ๆ ให้

[ยาเพิ่มน้ำให้อุจจาระ]
อาการท้องผูกเป็นได้หลายสาเหตุ
คุณหมอให้ x-ray พบว่าลำไส้ไม่ตัน แต่ค้างท่อ
ก็ให้ยาน้ำ Laevolac
ให้คุณแม่กิน 1 ช้อนโต๊ะ ตอนบ่าย
แล้วกินอีกครั้งประมาณห้าโมงเย็น
พอหกโมง ก็ออกมา และออกมาอีกหลายครั้ง
ผมว่าเป็นยาที่ดีมาก แต่กลับผลข้างเคียง
1 ขวด มีไม่กี่ช้อนโต๊ะ ทานได้ไม่กี่ครั้งจะหมดขวด
กลับผลข้างเคียงด้วย เพราะรู้สึกจะดีมาก
ช่วงหลัง 
เปลี่ยนให้ยา Bisolax เป็นยาเม็ด
คุณสมบัติคือเพิ่มน้ำให้อุจจาระ 
หลังทานมาขามแขกมา 5 วัน แล้วไม่ออก
ก็ให้ Bisolax แบบเม็ด
พบว่าวันแรกของ Bisolax ระบายท้องหลายครั้ง 

คุณแม่ ก็สบายตัว ผมเองก็เบาใจ
เพราะถ้าไม่ออกก็คงต้องใช้ Laevolac
ที่เพิ่มน้ำให้อุจจาระเหมือนกัน แต่เป็นคนละตัวยา
อาการท้องผูกในผู้สูงอายุที่ต้องทานยาพาร์กินสัน
เป็นอะไรที่ต้องสู้กันยาวไป

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

อาการของคุณแม่ดีขึ้น (๔๙.)

ทานยำวุ้นเส้นทะเล ที่โลตัส คุณแม่พอทานได้


[คุยการกิน การขับถ่ายได้ ก็สบายใจ]
อาการโดยรวม ทางร่างกายภายนอกดีขึ้นมาก
คุณแม่สามารถเดินเองได้ในระยะใกล้ ๆ
เดินเองได้ในห้องน้ำช่วงกลางวัน
เพราะที่เกาะเยอะ
ท่านไม่ยอมให้ผมเข้าไปช่วยในห้องน้ำ
อยากช่วยเหลือตนเองตลอด
แม้จะเซล้มบ้าง โชคดีทุกครั้งที่ไม่มีอะไรหัก
การขยับร่างกาย ดีขึ้นกว่าช่วงก่อน
หลายวันที่ผ่านมาไม่มีคายอาหารเลย
ทานได้หมด เลือกน้อยลง
เพราะเอาผัดผักให้ และท่านบอกโอเค
ท่านก็ทานได้ เช่น ถั่วงอก หรือดอกกระหล่ำ
แต่ก็มีข้าวเพียง 2 ช้อน ส่วนอีกครึ่งเป็นผลไม้
ทานขับถ่ายมีมะขามแขกจะให้ทุก 3 วัน 4 เม็ด
ถ้าให้ก่อนนอน จะดีกว่าให้ตอนเช้า
เพราะฤทธิ์ของยาจะไปออกตอนกลางวัน

[ความทรงจำหายไป]
เช็คเรื่องความจำตลอด
ระยะหลังท่านจำผมไม่ได้
จึงจำครอบครัวของผมไม่ได้เลย
จำไม่ได้ว่า พ่อของผม กับ แม่ของคุณแม่เสียชีวิตไปนับสิบปี
ถามหา และอยากติดต่อเสมอ
ถ้าบอกความจริงก็จะโกรธ หาว่าโกหก
ตอนหลังมา ก็เออออห่อหมกไปกับคุณแม่
หรือเปลี่ยนเรื่องคุย เช่นเล่าอาการเจ็บป่วย
คุณแม่ก็จะลืมเรื่องที่คาใจไปได้ระยะหนึ่ง
แล้วคุณแม่ก็คิดว่าอายุยังไม่มากนัก
รักสวย รักงาม เหมือนตนอสาว ๆ

[สระผมเอง]
สัปดาห์ที่แล้ว
คุณแม่มีความทรงจำว่าต้องให้ร้านเสริมสวยสระให้
วันนี้ คุณแม่ขอสระเอง สระที่อ่างล้างหน้า
ถือเป็นครั้งแรก ในการสระผมวิธีนี้
ก็ลุ้นว่าครั้งต่อไป จะเลือกวิธีไหน
เพราะที่ผ่านมา
ป้าไผแก้ว ร้านเสริมสวย ก็แนะนำให้สระเอง
เดินทางไปมาก็ลำบาก
และการสระผมก็ไม่ยากนัก ทำได้

[การสั่นมีมากขึ้น]
ระยะนี้ ขาคุณแม่สั่นบ้าง บางทีก็สั่นครึ่งตัว
แต่ไม่มาก ที่ทราบก็ประมาณ 3 - 4 ครั้งต่อวัน
หลังทานยาคุมพาร์กินสันก่อนอาหาร
อาการยังไม่เกิด จะเกิดหลังทานยาแล้วหลายชั่วโมง
ก็ติดตามอาการนี้ไปเรื่อย ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

กินอิ่ม นอนหลับ ขับถ่ายสะดวก (๔๘.)

นี่ก็ย่างเข้าเดือนที่หก
พึ่งจะลงตัวในการดูแล 3 เรื่องหลักของคุณแม่

อาหารเย็น ในเย็นวันหนึ่ง
ช่วงฤดูร้อน ที่ร้อนสุด ๆ


[กินอิ่ม]
คุณแม่ทานได้เฉพาะของที่ชอบ กับคนที่ใช่
อะไรที่ให้แล้วไม่ทาน แสดงว่าไม่ชอบ
อาหารคาวก็มี
ข้าวผัด กุงเชียง ไข่เค็ม ปลากรอบ
ปลาทู ชะอมทอดไข่ น้ำพริกกะปิ โจ๊ก
นอกนั้นก็นึกไม่ค่อยออกว่าชอบทานอะไร
แต่ผลไม้ กับขนมทานได้หมด
ทำให้การเตรียมอาหาร ก็ต้องเสิร์ฟหลายอย่างพร้อมกัน
โดยปิดท้ายด้วย ensure คือ อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ
ผลไม้ก็พยายามหาที่มีไฟเบอร์เยอะ ตามฤดูกาล
เช่น สับปะรด ส้มโอ กล้วย ส้ม มัน ฟักทอง แอปเปิ้ล
ผลคือ คายอาหารระหว่างทานลดลงมาก

[นอนหลับ]
มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
คุณแม่เวียนศีรษะ ทานข้าวไม่ได้ ไปหาหมอ
คุณพยาบาลแนะนำว่าให้นอนดึก
ผมก็ปรับพฤติกรรม คุยกับคุณแม่ ก็ต้องคุยกันบ่อย
ให้นอน 3 ทุ่ม สองทุ่มกว่าก็ทานยาก่อนนอน
เพราะ 6 โมงเย็น แม่ก็อยากเดินเข้าไปหลับแล้ว
พอคุยเข้าใจท่านก็จะยอมมานั่งดูทีวี
แต่ต้องนั่งเฝ้า
ไม่อย่างนั้นก็จะงัวเงียเดินเข้าไปหลับอยู่เรื่อย
บางครั้งเผลอ ท่านก็เดินเข้าไปล้มบนที่นอน
ก็ต้องนั่งเฝ้า และบอกท่านว่านอนดึกเพื่อสุขภาพ
สมองจะได้พักผ่อน ไม่อ่อนล้าในตอนกลางวัน
ผลการนอน 3 ทุ่มน่าประทับใจ
ท่านตื่นนอนกลางดึกน้อยลงมาก
บางวันก็ลวดเดียว ถึงเช้าเลย

[ขับถ่ายสะดวก]
ล่าสุด ไม่ถ่าย 10 วัน
ใช้ทั้งมะขามแขก และสวนทวาร
คุณหมอให้ ยาแลคตูโลส หรือ แลคทูโลส (Laevolac)
ทาน 2 ช้อนโต๊ะ และซ้ำอีก 1 ช้อนโต๊ะ
ที่ค้างไว้ 10 วันออกหมดเลย หลังทาน 4 ชั่วโมง
พอออกมาเที่ยวนี้แล้ว โล่งใจ
ผมก็ตั้งใจเพิ่มมะขามแขก
จาก 2 เม็ดเป็น 4 เม็ด และเพิ่มน้ำ เพิ่มกากเยอะ ๆ
เพราะรอบที่แล้วให้ 2 เม็ด ทานต่อกัน 4 วัน
บวกสวนทวาร หลายวัน แต่ไม่เห็นผล
ถ้าให้ 4 เม็ด แล้วไม่เห็นผล
คงต้องให้ยาแลคตูโลส แบบที่หมอให้
แต่ทาน 2 ช้อนโต๊ะนี่ ขวดหนึ่งก็ทานได้ไม่กี่ครั้ง
เห็นประสิทธิภาพของการแก้ท้องผูกแล้ว
รู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน
ที่รู้ คือ ต่อไปมียาที่ใช้สู่กับท้องผูกอย่างได้ผลแล้ว

ยาแก้ท้องผูกขั้นเทพ เมื่อทาน 2 ช้อนโต๊ะ
ผมว่าได้ผลกว่ามะขามแขก 2 เม็ด แน่นอน


วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

รักแม่ต้องไม่ตามใจ ห้ามนอนแต่หัววัน (๔๗.)

ชวนคุยจนเหนื่อย ในที่สุดคุณแม่ก็นั่งหลับ


[เวียนหัว อาเจียน]
มีอยู่วันหนึ่ง คุณแม่ตื่นเช้ามาก็ปกติ
ทานข้าวไปได้ 3 คำ
คายทุกคำ แล้วหยุดทานเลยในมื้อนั้น
หยุดทุกอย่าง แม้แต่นม
จากนั้นคุณแม่ก็บอกว่า
ในคอสั่น แล้วก็หยุด
แขนขวาทั้งแขนกระตุกให้เห็นชัด
ซึ่งเป็นอาการของพาร์กินสัน
ที่ส่อออกมาให้เห็นได้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง
จากนั้นก็เริ่มอวกน้ำลาย สลับกับฟลุบนอน
ก็ให้นอนที่โต๊ะอาหารเลย หนุนหมอนฟลุบกับโต๊ะ
เพราะคุณแม่อวกเกือบตลอด ทุก 5 นาทีแล้วหยุด
ความถี่ดีขึ้น ทิ้งระยะห่างแต่ละครั้งนานขึ้น
อาการแบบนี้ เคยเป็นประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วหยุด
แต่ครั้งนี้เป็นนาน จนไม่สามารถทานข้าวเที่ยงได้
กว่าจะฟื้นตัวก็บ่าย 2
ถึงจะเริ่มทานอะไรได้ปกติ
ก็เริ่มจากแตงโมแสนอร่อย

[ขอยาหมอ]
จากการเจ็บป่วย
จึงไปโรงพยาบาล เพื่อขอยากันเวียนหัว กับอาเจียน
เพราะยาอื่นมีแล้ว ทานตลอดในการควบคุมของหมอ
แล้วก็ขอหนังสือรับรองผู้พิการด้วย ก่อนไป พมจ.
เพื่อขอบัตรผู้พิการ และใช้สิทธิผู้พิการต่อไป
คุณหมอให้ยามา 2 รายการตามที่ร้องขอ
ต่อไปเวลาเวียนหัว ก็จะได้กิน
เพราะอวกนาน ๆ แล้วไม่ดีเลย
การรับรองผู้พิการ ก็ติดต่อห้องกายภาพ
คุณพยาบาลแนะนำดี อำนวยความสะดวก
จนได้ใบรับรองผู้พิการมาเรียบร้อย

[อย่าตามใจคุณแม่]
คุณพยาบาลที่โรงพยาบาลเกาะคา
แนะนำดีมาก ละเอียดยิบ เหมือนอยู่ในเหตุการณ์
ทำให้ผมเห็นภาพ มั่นใจที่จะไปควบคุมคุณแม่ได้
ปกติตามใจคุณแม่ จะให้นอนแต่หัววัน ก็ราว 18.00น.
แล้วคุณแม่ก็จะเรียกลุกเข้าห้องน้ำ
เกือบทุก 2 ชั่วโมง
ก่อนมืด กับก่อนแจ้ง ก็จะถี่หน่อย
คุณพยาบาลบอกว่า ที่เล่ามา นอนเร็วไป
น่าจะนอนจริงราว 3 - 4 ทุ่ม
จะได้ไปตื่นตอนเช้า
เพราะนอนเร็ว ก็จะตื่นดึกในขณะที่ทุกคนหลับ
ถ้านอนเร็ว ก็จะหลับแป๊ปเดียว กลางคืนก็ไม่นอน
ทำให้สมองไม่ได้พัก และคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้
คิดฟุ้งซ่าน
เก็บคำพูดคนอื่นมาเป็นเรื่องตัวเองได้
อาจทำให้เวียนหัวตอนกลางวัน และอาเจียน
พฤติกรรมที่ถูกต้องในช่วงต่อไป
คือ ต้องคุยกับแม่ช่วงเย็น ไม่ยอมให้เข้านอนเร็ว
ช่วงแรกนี้ ปล่อยให้ท่านหลับบนรถเข็นไปก่อน
เพราะเปลี่ยนทันทีก็ไม่ดี ต้องค่อยเป็นค่อยไป
โชคดีที่ท่านฟังเหตุผล และไม่ดื้อ
ต่อไปท่านก็จะชินกับการหลับดึกขึ้น
ทำให้หลับในเวลากลางคืนได้เป็นเวลานานขึ้น
ในขณะที่ปรับการหลับดีขึ้นนี้
พาร์กินสันก็มาเร็ว วันนี้กลางวันท่านก็สั่นให้เห็นชัด
สั่นไปทั้งตัว ไม่ได้สั่นเฉพาะจุด
สั่นเสร็จคุณแม่ก็บอกว่ากลัว
ก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไร คุณหมอกำลังรักษา
เพราะได้ยามากินหลายเม็ด เกือบ 2 ปีแล้ว
พรุ่งนี้ก็คงต้องสังเกตใกล้ชิดต่อไป

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

คุณแม่หลายโหมด (๔๖.)

อาหารของมายมัม


[มีเพื่อน/ญาติมาเยี่ยม]
ถ้าเป็นญาติที่คุณแม่รู้จักในอดีต
และชวนคุณแม่คุยเก่ง ๆ มาเยี่ยมถึงเรือนชาน
คุณแม่จะเข้าโหมด Active
คือ พูดคุยโต้ตอบเหมือนปกติ
ไม่แสดงอาการป่วย ไม่มีง่วงซึมให้เห็น
จำอะไรได้มากมาย โดยเฉพาะญาติในอดีต
ส่วนบางครั้ง
ซึ่งเป็นได้ทั้งช่วงกลางวัน หรือกลางคืน
เมื่อคุณแม่จะนึกเรื่องอะไรขึ้นมา ที่เป็นปัญหา สักเรื่อง
ที่ห่วง กังวลเป็นพิเศษ จะเข้าโหมด High Active
ก็จะแสดงออกทางสายตา ทำตาโต กว่าปกติเยอะ
ซึ่งที่ผ่านมา เวลาเข้าสู่โหมดนี้
แล้วผมตอบปัญหาได้ เฉไฉ เปลี่ยนเรื่องได้สำเร็จ
คุณแม่ก็จะกลับเข้าสู่โหมด Normal
คือ รู้สึกเฉย ๆ ไปถึงปกติ
เหมือนตอนนั่งดูทีวี หรือชมนกชมไม้

[ง่วงซึม]
ปกติแล้ว ผมจะปล่อยให้คุณแม่ตัดสินใจในทุกเรื่อง
ตามใจตลอด
จะลุก จะนั่ง จะกิน จะเดิน จะนอน ก็แล้วแต่เลย
เพราะขัดใจไม่ได้
คุณแม่ไม่ค่อยฟังเหตุฟังผล ไม่ยอมท่าเดียว
แต่บางเรื่องก็ต้องขัดใจ
เช่น อยากไปในที่สถานที่ในอดีต แต่ไม่มีในปัจจุบัน
อยากพบคนที่จากไปนานแล้ว หรือ หาของที่ไม่มีมาก่อน
เมื่อไม่ได้อย่างใจ คุณแม่จะเข้าโหมด Sleepy
ที่สลับไปมาระหว่าง Normal กับ Sleepy ในช่วงกลางวัน
ถ้าเข้าโหมดนี้ถึงระดับหนึ่ง
ก็จะพาไปนอน ซึ่งท่านก็จะเป็นคนตัดสินใจเอง
อยู่ ๆ พาไปนอนก็ไม่ยอม
หลัง ๆ ท่านชอบนั่งอยู่ในครัว บางทีก็นั่งหลับในครัว
ในครัว คือ ห้องทานอาหาร ทานเสร็จก็นั่งต่อเลย
คงเพราะผมบอกท่านว่าเข้าครัว ไปเตรียมอาหาร
ระยะหลัง
คุณแม่ชอบจะนั่งในครัว หลังทานอาหารเสร็จ

[ช่วยตัวเองได้ กับไม่ได้]
ในบางเวลาที่อยู่ในโหมด Active
ท่านจะช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง เดินระยะสั้นได้
แต่ก็เป็นเวลาสั้นเท่านั้น และชอบแอบทำ
หรือทำไปโดยไม่รู้ตัว ทำแบบใจลอย
เช่น นั่งรถเข็นในครัว ผุดลุก ผุดนั่งจะเดินเข้าบ้าน
ทั้งที่ผมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ พอถามว่าจะไปไหน
คุณแม่บอก จะไปห้องน้ำ ก็ให้นั่งรถเข็น แล้วพาเข้าบ้าน
หากไม่ทักก็จะเดินใจลอยเข้าไปในบ้านคนเดียว
ลืมผมนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว
ถ้าปล่อยท่านไป ก็จะเดินโซเซ ซึ่งล้มได้ทุกเวลาเหมือนกัน
ถ้าเข้าโหมด Sleepy มีปัญหาการทรงตัว
ไม่กังวลเรื่องเดินโซเซ ไม่กลัวเซล้ม
เดินไปตามใจสั่ง ที่เรียกว่า ใจลอย เกิดขึ้นบ่อย
ส่วนใหญ่ระยะหลังคุณแม่เริ่มดูแลตัวเองได้ดีขึ้น
ขัดขืน เพื่อจะทำเอง มีความอยากหายเป็นทุน
เข้าสู่โหมด Normal นานกว่าแต่ก่อน
แต่ตอนกลางคืน ช่วงตื่นเข้าห้องน้ำ
มักอยู่ในโหมด High Sleepy
ตอนพยุงเข้าห้องน้ำ ขาก็จะไม่มีแรง ทรงตัวแทบไม่อยู่
บางครั้งก็สั่นไปทั้งตัว จากพาร์กินสัน
แต่อาการสั่นมีไม่บ่อยนัก
ตอนกลางวันจะไม่มีอาการสั่นให้เห็น
ที่เห็น คือ ควบคุมการกลืนน้ำลายไม่ได้
กลางวันเคยกลืนน้ำลายได้ตลอด
รับยาไป 3 เวลา ทำให้กลืนน้ำลายกลางวันดีกว่า
ตื่นนอนใหม่ก็ไม่สั่น มีอาการที่ค้างอยู่ คือ ง่วงซึม
การง่วงซึมในช่วงเช้ามีผลต่อการกลืนอาหาร
ซึ่งข้าวเช้าเป็นมื้อที่หนักใจที่สุด
เนื่องจากกลืนได้ไม่ดี แต่ก็ไม่เคยสำลัก
เหมือนพาร์กินสัน กับอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นทีละน้อย

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

สุขภาพจิตผู้ดูแลก็น่าห่วง (๔๕.)

วันเซ็งเม้ง

[ผู้ใหญ่ให้ข้อคิด]
มีโอกาสพบหมอเพชรินทร์
ท่านให้ข้อคิดไว้หลายเรื่อง
โดยเฉพาะความห่วงใย
ที่มีต่อผู้ดูแล
เพราะล้มคนหนึ่งก็ล้มกันหมด
แล้ววันนี้อาตา ลูกป้าศรี
พาป้าศรีมาเยี่ยมที่บ้าน ขอบคุญมาก ๆ
อาตา ท่านเป็นอาจารย์สอนพยาบาล
ก็แนะนำว่าผู้ดูแลก็เครียดได้
ต้องหาเวลาพัก ผ่อนคลายบ้าง
อาจอาทิตย์ละครั้ง
เพราะอาจไประบายกับคนป่วยได้
และแนะนำเรื่องคุณหมอในลำปาง
ผมก็ดูแลจิตตนเองด้วยการนั่งสมาธิ
อ่านหนังสือธรรมะ
พิจารณาดูโรคของพระเกจิ
ว่า แต่ละรูปละสังขารด้วยโรคใด
ก็ทำให้เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น
พรุ่งนี้
อาต๋อยก็จะพาป้าวรรณมาเยี่ยม
และเป็นวันเช็งเม้ง ที่ผมคงไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมเช่นทุกปี

[เดินออกบ้าน] 
อาตา แนะนำให้ระวังพฤติกรรมของคุณแม่
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อาจเดินออกบ้านเอง
คุณแม่ของผมก็เคยเดินออกบ้านเองมาแล้วครับ
ตอนนั้นน้อยใจ มีปัจจัยที่ผมคุมไม่ได้
ท่านก็คิดเยอะ เป็นภาพจินตนาการของท่าน
จบด้วยการเดินไปพึ่งเพื่อนบ้าน
แต่ผมเดินประกบ ป้องกันท่านเดินเซล้ม
ปัญหาเกิดจากจินตนาการที่มีทุกวัน
ใหม่บ้าง เก่าบ้าง พฤติกรรมก็เปลี่ยน
จินตนาการยังไม่มากจนเกินควบคุม
โชคดีว่า ไม่มีอารมณ์ และยังฟังเหตุฟังผลอยู่
ทุกวันนี้ต้องดูแลจินตนาการของคุณแม่อย่างใกล้ชิด
อาตา ถามว่า จะมาเยี่ยมอีกได้ไหม
ผมก็ตอบว่าได้
ใครก็มาเยี่ยมบ่อย ๆ ได้ มักเป็นผลดีมากกว่า
เพราะผมพาแม่ออกบ้านทีไร
สติของคุณแม่ก็จะแข็งแรง
แม้แลกด้วยจินตนาการใหม่
ผมก็ว่าคุ้มนะ

[พฤติกรรมเปลี่ยน]
ขาของคุณแม่ไม่แข็งแรง
ความจำเสื่อม และกล้ามเนื้อมีปัญหา
จากพาร์กินสัน
ปัญหาสมองดูทรง ๆ ไม่ทรุดเยอะ
ในส่วนของขาดีขึ้น
จากการดูแลมาเกือบ 5 เดือน
พฤติกรรมท่านเปลี่ยนตลอด
ตอนนี้จะเน้นนั่งในครัว
หรือหน้าห้องครัว รับอากาศถ่ายเท
ง่วงก็นั่งหลับ
บางทีเข้าห้องน้ำเสร็จ
ก็ขอกลับไปนั่งในครัวที่ทานอาหาร
นาน ๆ ทีถึงจะมานั่งในบ้าน
หรือเข้าห้องนอน ก็น้อยกว่าแต่ก่อน
และเปลี่ยนสถานที่เร็ว
คือ เบื่ออยู่ที่เดิม ก็ขอไปอยู่อีกที่
เปลี่ยนบ่อยครับ ผมก็ตามใจ ไม่เคยขัด
พักหลังผมก็เริ่มติดมือถือซะแล้ว
เพราะหาเวลาแตะคอมพิวเตอร์ได้น้อย
บทความนี้ก็เขียนบนมือถือ


วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

อ่านหนังสือธรรมะให้คุณแม่ฟังบ้าง นิดนึง (๔๔.)

หลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร)


[ความสามารถในการเดินดีขึ้นมาก]
ระยะนี้ เห็นว่าความสามารถในการทรงตัว
ของคุณแม่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะช่วงแจ่มใส
ตอนแจ่มใส หรือมีสติ ในช่วง 2 - 3 วันนี้
พบว่า เดินได้ดีมาก
ตามมาด้วย น้ำเสียงแข็ง สายตาแข็ง การทรงตัวดี ความมุ่งมั่นสูง
และมีจินตนาการและย้อนอดีตที่มากกว่าปกติเยอะ

ช่วง 11โมงเช้า ถึงเย็นจะมีสติที่แข็งขึ้นมาก
ทำให้สามารถยืนเดินได้ไม่มีปัญหา
หากมีที่เกาะระหว่างทาง ก็ไม่ต้องห่วงเลย
การเซหน้า เซหลังมีบ้าง
นั่นทำให้ไว้วางใจไม่ได้มากกว่าเดิม
เดิม ปล่อยไว้ตรงไหน ก็นะอยู่ตรงนั้น
ตอนนี้ ปล่อยไว้ไม่ได้ จะเดิน หรือเดินตาม
และทำในเวลาอันสั้น
เช่น ไปหยิบของ ก็แทบจะเดินตามกันเลย

[หากิจกรรมทำยามว่าง]
ที่บ้านผมมีตู้หนังสือเก่าหลายตู้
และหนังสือไม่น้อยเป็นหนังสือธรรมะของคุณพ่อ
ที่เสียไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
หนังสือของคุณแม่ก็จะมีหนังสือเรื่องสุขภาพ กับตำราอาหาร
หนังสือของผมที่พึ่งขนไป ก็จะเป็นหนังสือคอมฯ ที่จับน้อยลง
วันนี้นั่งอ่านบทปลงสังขารให้คุณแม่ฟัง
ก็ไม่แน่ใจว่าคุณแม่คิดอย่างไร
เพราะท่านไม่มีปฏิกิริยา หรือฟังแล้วเฉย ๆ
พรุ่งนี้คงต้องอ่านให้ฟังใหม่ แต่พูดมากไปก็ไม่ดี
กลัวจินตนาการที่มีเยอะ และเยอะอยู่แล้ว
ส่วนหนังสือธรรมะ ตอนนี้ผมหยิบมาอ่าน 2 เล่ม
คือ หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล และ หลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร)
สนใจในส่วนของ ชีวประวัติและจริยาวัตร และการมรณภาพ
พออ่าน พอทราบ ก็จะได้มีข้อมูล
ชวนคุณแม่คุยเรื่องธรรมะ กับหลวงพ่อ
วันนี้บ่าย ๆ นั่งสมาธิกับคุณแม่
เพราะชวนย้ายที่บ่อย มานั่งในครัว
ท่านก็นั่งดู ส่วนผมนั่งเพลินไปหน่อย เผลอหลับให้ท่านนั่งเฝ้า

[ชวนอ่านหนังสือธรรมะ]
หลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร)
http://www.thaiall.com/dhamma/

มีโอกาสอ่านหนังสือธรรมะ
ชื่อหนังสือ "หลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร)"
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ฉบับที่ผมมีคือ เล่ม 2 พระธรรมเทศนา สำหรับคฤหัสถ์
มี 22 หัวข้อ และ "ชีวประวัติและจริยาวัตร" เป็นหัวข้อที่ 23
ISBN : 974-89198-3-8
พิมพ์ครั้งที่ 5 เมษายน 2537
ผู้จัดพิมพ์เล่าว่า พิมพ์ครั้งแรก 11 เมษายน 2534
ในหน้า 390 แจ้งว่า หลวงพ่อชา อาพาธนาน 11 ปี
และถึงแก่มรณภาพ เมื่อพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2535
แสดงว่าตอนหนังสือเล่มนี้ออก หลวงพ่อยังไม่มรณภาพ
ใน e-book เล่ม 2 หน้า 719 พบเนื้อหาตรงกับเล่มที่ผมมีอยู่
ไม่ได้ปรับปรุงในส่วนของ ชีวประวัติและจริยาวัตร
หัวข้อ 30 หลวงพ่ออาพาธ ใน ชีวประวัติและจริยาวัตร
เล่าว่า มีอาการความจำไม่ดี อาการโงนเงน ทรงตัวไม่ดี
เมื่อย และอ่อนเพลีย มีอาการหนักตึงที่ต้นคอ
พบช่องภายในสมอง ที่น่าจะมาจากอาการสมองเสื่อม
ต่อมาพบว่าเป็นเบาหวาน
หัวข้อ 31 เล่าเรื่อง ผ่าตัดเจาะกระโหลก 31 ตุลาคม 2524
หัวข้อ 32 เล่าเรื่อง ผ่าตัดเจาะคอ 29 มีนาคม 2530
เนื้อหาของหนังสือ ชีวประวัติและจริยาวัตร จบเพียงเท่านี้

หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล


เนื้อหาหลักอ่านได้จาก e-book นะครับ
ภาค 1 สำหรับบรรชิต
http://www.kanlayanatam.com/book/48PratamPuCha_part2.pdf
ภาค 2 สำหรับ คฤหัสถ์
http://www.kanlayanatam.com/book/48PratamPuCha_part1.pdf

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

เซียนท้อ หรือ ม่อนไข่ หรือ ละมุดอินเดีย (8.)

ถามเพื่อนที่ lamang cty
เค้าว่าลูกนี้เรียก เซียนท้อ


เล่าเรื่อง "ผลไม่เหลือง ๆ เมล็ดสีน้ำตาล"
คุณน้าของผมไปซื้อจากตลาดเกาะคา
เห็นว่าลูกละ 15 บาท ซื้อมาชิม 1 ลูก
เห็นว่าเหลืองแล้ว ปอกเปลือกชิมดูก็พบว่า "ฝาด"
แม่ค้าบอกว่าให้กินตอนสุกงอมแล้วจะหอมหวาน
สงสัยยังไม่งอม

ไปถามในกลุ่ม lampang city
ก็มีเพื่อน ๆ มาบอกว่าเป็น "เซียนท้อ"
ในหลายอำเภอมีขาย และไม่แพง
แสดงว่ามีสวนในภาคเหนือ ปลูกตามบ้านน่าจะมีเยอะ
แต่ที่บ้านผมไม่ได้ปลูกต้นนี้ น่าหามาปลูกนะนี่
https://www.facebook.com/groups/243126115797740/permalink/1201489609961381/



ม่อนไข่
ชื่อสามัญ Canistel, Egg fruit, Tiesa, Yellow sapote, Canistelsapote, Chesa (ฟิลิปปินส์), Laulu lavulu หรือ Lawalu (ศรีลังกา)

ม่อนไข่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Pouteria campechiana (Kunth) Baehni (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Lucuma campechiana Kunth) จัดอยู่ในวงศ์พิกุล (SAPOTACEAE)

สมุนไพรม่อนไข่ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า
ลูกท้อพื้นบ้าน (ราชบุรี),
ท้อเขมร (ปราจีนบุรี),
ทิสซา (เพชรบูรณ์),
เซียนท้อ เขมา ละมุดเขมร ละมุดสวรรค์ หมากป่วน โตมา (กรุงเทพฯ)

ลักษณะของต้นม่อนไข่
ต้นม่อนไข่ จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยทั่วไปไม่เกิน 8 เมตร และอาจสูงได้ถึง 27-30 เมตร
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นประมาณ 1 เมตร ลำต้นมียางสีขาว ๆ ที่กิ่งอ่อนเป็นสีน้ำตาล
ผลไม้ม่อนไข่ เป็นผลไม้พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ (ประเทศเม็กซิโก) และในอเมริกาใต้ (ประเทศเบลีซ, กัวเตมาลา, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, ฮอนดูรัส, ปานามา, นิการากัว)


https://medthai.com/

วันนี้จิตไม่เชื่อง จิตกับกายพอเสื่อมก็คุมกันไม่อยู่ล่ะ (๔๓.)

สติมา ปัญญาเกิด
สติเตลิด ว่าง ๆ ค่อยไปดึงกลับมา
ถ้ายังมีเวลา ไม่เตลิดไปไกลนัก


[จิตไม่เชื่อง]
วันนี้ ก็เช่นเดียวกับทุกวัน
ตื่นแต่ไก่โห่ หากาแฟดื่มแต่เช้า
เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า อาบน้ำ
จัดการตนเอง ก่อนมาดูแลคุณแม่
พอเสร็จกิจ ก็มานั่งสมาธิ รอคุณแม่ตื่น
วันนี้นั่งสมาธิ กายพร้อม ใจก็พร้อม
แต่พบว่าจิตไม่เหมือนเดิม
ปกติผมจะนั่งใน 4 ระดับ
เริ่มต้น ก็มองลมหายใจเข้าออกสัก 10 นาที
แล้วเริ่มมองการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะเอ็นดอร์ฟิน
จากนั้นก็พาจิตไปอยู่นิ่ง ๆ ที่ใดที่หนึ่ง
สุดท้ายก็ปล่อยให้จิตสงบ ว่างอยู่กับตัว เพราะจิตเชื่อง
แต่วันนี้จิตไม่เชื่อง และไม่นิ่ง
เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
ที่จิตไม่ยอมอยู่กับลมหายใจดี ๆ วิ่งไปนู่นมานี่
แปลกดีนะ ผมก็เลยปล่อยไป เลยตามเลย
จนกระทั่งคุณแม่เรียก จึงลุกออกมา

[จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว]
ตอนนี้ ผมยังแข็งแรง สุขภาพยังดี
ไม่เจ็บ ไม่ไข้ ณ วินาทีนี้นะ แต่วินาทีอื่นไม่แน่
เวลานั่งสมาธิ
ถ้ากายไม่พร้อม จิตก็เป็นนายไม่ได้
หลายคนบอกว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
แต่นึกถึงกรณีของคุณแม่แล้ว
ผมว่า "ถ้าความรู้สึกนึกคิด คือ จิต"
ตอนกายป่วย เป็นอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม
จนจำเหตุการณ์ จำพฤติกรรม จำผู้คนไม่ได้
ก็คงจะจำการควบคุมจิตไม่ได้ จิตที่เคยคุมกาย
ก็จะกลายเป็นกายที่คุมจิต
ซึ่งกายคุมจิตมาแต่ไหนแต่ไร
ตั้งแต่เกิดแล้ว เราพึ่งจะมาฝึกให้จิตคุมกาย
ก็ตอนที่ฝึก ไม่ฝึก ก็ไม่คุม ปล่อยเลยตามเลย
ฝึกแล้ว ก็ยังคุมกายได้ยาก
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ได้ไม่ตลอดเวลา
ปวดหัว เป็นลม เป็นลืมขึ้นมา จิตก็คุมกายยากล่ะ

[ถ้าผมบวช]
คิดเฉย ๆ จิตตนาการไปเรื่อย ๆ
ว่า ถ้า[ผม]บวชตอนอายุมาก แล้วปฏิบัติเยอะ สม่ำเสมอ
จนถึงขั้น ชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ
พออายุ 75 ปี แล้วความจำเสื่อม
สมองเสื่อมจะย้อนเวลา ว่าตอนนั้น อายุ 25 ปี

คิดว่าไม่เคยบวช ไม่เคยเป็นพระ ไม่เคยมีครอบครัว
ไม่เคยสนใจเรื่องนั่งสมาธิ ไม่เคยชำนาญเรื่องคุมจิต
นั่นคือ จิตคุมกายไม่ได้ และ กายคุมจิตโดยสิ้นเชิง
คิดแล้วเป็นทุกข์ กลับสู่การไม่คิดดีกว่า
ปล่อยจิตให้อยู่กับความนิ่ง ความว่างต่อไป น่าจะดี
ไม่คิดเรื่องทุกข์ ก็จะไม่เป็นทุกข์


วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

เหมือนย้อนเวลาไป 40 ปี หลังจากนั้นไม่เคยเกิดขึ้น (๔๒.)

หนึ่งในภาพที่นำมาเล่าให้คุณแม่ฟัง
แต่เหมือนท่านหยุดเวลาไว้ตรงนั้น


[ลืมไป และกลับมาจำได้]
โรคอัลไซเมอร์ ทำให้ลืมบางเหตุการณ์ไป
และอาจจำเหตุการณ์นั้นได้อีกครั้ง
มีความเป็นไปได้ที่ลืมบางเรื่อง และจำบางเรื่อง
สมองฝ่อ คือ เนื้อสมองหดตัว มักจะถาวร
ทำให้ความทรงจำ และความสามารถบางอย่าง
รวมทั้งการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ช่วยตัวเอง
ค่อย ๆ เสื่อมถอย หายไป
คุณหมอบอกว่า ถ้าอาการเพิ่มขึ้น
ความสามารถที่จะช่วยตัวเองก็จะลดลง
ลดลงไปเรื่อย ๆ จนช่วยตัวเองไม่ได้เลย
ซึ่งอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง ก็จะค่อย ๆ ปรากฎขึ้น

[หนึ่งในความน่ากลัว]
เห็นคุณแม่จำเหตุการณ์
ช่วงก่อนเกษียณ หลังเกษียณไม่ได้
จำเรื่องลูกชายตอนเป็นหนุ่ม แต่งงาน มีหลานไม่ได้แล้ว
ความจำของท่าน คือ มีลูกชายตัวเล็ก ๆ ที่พึ่งคลอด
หรือไม่ก็อายุประมาณ 7 ขวบ ก่อนเข้าโรงเรียน
ท่านบ่นเรื่องปัญหาการเอาลูกเข้าโรงเรียน
คือ ตอนผม 7 ขวบ คงกังวลเรื่องเอาลูกเข้าโรงเรียน
เคยพยายามพูดคุย
แต่เหมือนความจำในช่วงหลังผม 7 ขวบ
แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย
จึงมีความกังวลค้างอยู่ และผุดขึ้นมาเสมอ ๆ
ผมอยากเรียกว่า ความจำที่หายไป ไม่ใช่การลืม

[ผลของการจำไม่ได้]
คุณแม่กำลังใช้ชีวิต ย้อนไปตอนอายุ 30 ปี
เป็นอาการของโรคอัลไซเมอร์เรื่องความจำ
ย้อนไปสมัยผมพึ่งจะเกิดได้ไม่กี่ปี
ทำให้ท่านกังวลเรื่องเหตุการณ์รอบตัว
ว่าเด็กชายคนนั้นหายไปไหน ลูกท่านหายไป
เหตุการณ์สมัยที่คุณพ่อผมยังมีชีวิต
ทำให้ท่านกังวลว่าทำไมคุณพ่อไม่เหมือนเดิม
คุณพ่อ คุณยาย คุณตา หายไปไหน ถามเป็นพัก ๆ
ดูจากภายนอก คุณแม่ปกติทุกอย่าง
หากพูดคุยกับลูกหลาน ท่านจะมีคำถามเยอะ
ผมที่เป็นลูกเอง ก็ยังทำให้ท่านสับสนเยอะ
เพราะท่านเชื่อว่า ลูกท่านยังเล็กนัก
และท่านก็ไม่ได้เชื่อในคำอธิบายของผม

[ถ้าผมเป็นบ้าง]
ทุกคนมีโอกาสเป็น และโอกาสเพิ่มขึ้น
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น
ถ้าผมเป็นโรคอัลไซเมอร์
แล้วจำเหตุการณ์ได้ถึงตอนอายุ 25 ปี
นั่นจะเป็นช่วงที่คิดว่ายังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูก
ผมก็คงมองหาแต่คุณพ่อ กับคุณแม่
เหมือนที่คุณแม่ของผม
มองหาคุณตา กับคุณยาย ที่จากไปแล้วกว่า 50 ปี
และลูกหลานที่ดูแลผม
ก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ผมไม่ยอมรับ
ทุกวันนี้ ผมยังโชคดีที่คุณแม่คิดว่าผมเป็นคุณพ่อ
ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไม่รู้
นั่นเป็นโชคดีของผม

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

พาไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เรื่องเบา ๆ (๔๑.)



[หนัก เบา ก็เข้าโรงพยาบาล]
บ้านผมอยู่ใกล้โรงพยาบาล
มีอะไรก็จะพาคุณแม่เข้าโรงพยาบาล
หลายวันมานี้ท่าน ถ่ายเบา ไม่ค่อยดีนัก
ถ่ายหนัก ผมต้องช่วย และเริ่มฝืดขึ้น
ที่ผ่านมา ผ่านเรื่องหนักไปได้ทุกครั้ง แต่หนักใจอยู่
ส่วนถ่ายเบา ก็ไม่เคยมีปัญหา หลายวันนี้
วันนี้คุณน้ามาดูที่บ้าน และบอกว่าให้พาไปหาหมอเลย
ผมเห็นอาการมาหลายวัน ก็รอดูอาการให้แน่ใจ
แอบหวังว่าน่าจะกลับมาเป็นปกติ
วันนี้คุณน้าให้คุณแม่ทานน้ำเยอะกว่าที่ผมเคยให้
แต่จนบ่ายก็ยังไม่ถ่ายเบา ไม่ปวด ไม่เข้าห้องน้ำ
หลายวันมานี้ เข้าเช้า แล้วก็เย็นเลย
ซึ่งนั่นคือปัญหาเดิม
ที่ทำให้วันนี้ตัดสินใจพาคุณแม่ไปหาหมอ
เอาจริงแล้ว ถ่ายเบาสำเร็จด้วยดี วันละ 2 รอบ
คือ เช้าตรู่ กับ ประมาณ 2 ทุ่ม
เวลาอื่นเข้าบ่อย เข้าแล้วไม่ยอมออก นั่งแป๊ปนึงก็ลุก
เวลาอื่น อาจมีบ้าง ไม่ค่อยแน่นอน
แต่ไม่เกิน 4 ครั้งในหลายวันมานี้
สรุปว่า พาไปตรวจ เผื่อพบอะไรจะได้รักษาทัน

[สวนปัสสาวะ]
ไปถึง คุณหมอก็ให้สวนปัสสาวะ
มีคุณพยาบาลช่วยกันหลายคน คุณแม่กำลังใจดี
ก็คาดว่าจะเกิดขึ้น
เหมือนที่เคยอ่านจาก google ก่อนไปพบแพทย์
ทีแรกคาดว่าจะออกเยอะ เพื่อนำไปตรวจในแล็บ
คุณพยาบาลบอกว่า ออก 20 ซีซีเอง
บอกว่าสงสัยดื่มน้ำน้อย
แต่ใจผมคิดว่า
วันนี้ดื่มน้ำไม่น้อย ดื่มพร้อมยา ดื่มนม ทานข้าว 2 มื้อ
แต่น้ำออกน้อยมาก จากการสวนปัสสาวะ
ไปพบคุณหมอ ฟังผลแล็บ
ก็บอกว่า อาทิตย์หน้ามาตรวจใหม่
ให้ดื่มน้ำมาเยอะ ๆ
เพราะดื่มน้ำน้อย อาจเชื่อผลวันนี้ไม่ได้
และจะ x-ray ดูว่ามีนิ่วด้วยรึเปล่า
ยาที่ได้มา คือ ยาแก้ปวด กับยาพาร์กินสันที่ขอเพิ่มไป
ผมถามถึงยาที่ช่วยเรื่องปัสสาวะตามอาการ
คุณหมอบอกว่า
ยาที่ผมต้องการ เค้าไม่ให้กัน กับอาการแบบนี้
เพราะผลข้างเคียงเยอะ จึงไม่ได้ให้มา
รับทราบ เข้าใจ แล้วพาคุณแม่กลับบ้าน

[กลับบ้าน]
วันนี้กลับบ้านแล้ว ก็ให้คุณแม่ดื่มน้ำเยอะ
ดื่มนมช่วย ดื่มน้ำใบเตยช่วย
แต่ปัสสาวะยังน้อย หรือแทบไม่มา
เข้าห้องน้ำบ่อยเหมือนเดิม
ไม่มีอะไรออกมาเหมือนเดิม เข้าไปเฉย ๆ
ตอนนี้ 2 ทุ่มแล้ว
ผมก็นั่งรอให้คุณแม่เรียกให้พาเข้าห้องน้ำ
หลังจากเข้ากันไปหลายรอบแล้ว
หวังว่าวันนี้จะปัสสาวะออกมาเยอะแบบทุกวัน
สรุปว่าเกือบ 3 ทุ่ม
คุณแม่ถ่ายเบาได้แล้ว คืนนี้ หวังน่าจะหลับยาวได้
เพราะช่วงกลางวัน ๆ นี้ ท่านไม่ได้พัก
น่าจะหลับพักผ่อนช่วงกลางคืนได้ยาว
หลังได้รับยาก่อนนอนไปเรียบร้อยแล้ว

วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

มองคุณแม่วันนี้ เหมือนมองตนเองในอนาคต (๔๐.)

เป็นรูปที่ผมให้คุณแม่ดู
แต่คุณแม่ไม่ยอมรับ ท่านว่าไม่ใช่พ่อ เข้าใจผิดกันไปใหญ่
เพราะพ่อที่ท่านรู้จัก เดินไปเดิมมา คอยดูแลท่านอยู่ตลอดเวลา


[วันนี้]
วันนี้ เสาร์ 11 มีนาคม 2560
อาหารวันนี้ใช้ได้ คุณแม่ทานอิ่มทั้ง 3 มื้อ
เช้า สังขยาฟักทอง ทานได้เยอะ
บ่าย แกงเลียง กับข้าวหลาม
เย็น แกงผักเสี้ยว ใส่ไข่มดแดง กล้วยอีก 1 ลูก
ทุกมื้อปิดด้วยน้ำขิง กับเอ็นชัวร์
คุณแม่ซึมมาหลายวัน ไม่ค่อยพูด
วันนี้ทานข้าวได้ดีกว่าหลายวันที่ผ่านมา
แม้จะกิน 3 คำ แล้วลงกระเพาะ 1 คำ ที่เหลือคายก็ตาม
ตอนเย็นมีเรื่องให้ประหลาดใจ
หลังทานข้าวเสร็จ ก็นั่งฟัง คสช. จนง่วง
ท่านก็บอกว่าจะไปล่ะ 
ผมจะพาเข้าห้องนอน หรือห้องน้ำ
แต่ครั้งนี้ท่านบอกว่าไม่ใช่ 
แล้วก็มีสีหน้าแสดงความโกรธ
ผมหยุดนิดนึง ถามว่าจะไปไหน
ครั้งนี้ท่านแสดงความโกรธมากกว่าเดิม
ผมจึงต้องพาท่านนั่ง แล้วค่อย ๆ ถาม
ว่าไปไหน
แล้วท่านก็สงบลง
ยอมเข้าห้องนอนตามปกติ

[มองแม่ ก็เหมือนมองผมในอนาคต]
ถ้าผมโชคดี ผมก็จะอยู่ดูแลคุณแม่ไปตลอด
แต่ถ้าผมโชคไม่ดี ต้องจากคุณแม่ไปก่อนวัยอันควร
นั่นก็คงเป็นโชคร้าย ของผมและคุณแม่พร้อมกัน
คุณแม่คงมีผมตอนอายุ 27 ปี
ดังนั้นอีก 27 ปี ผมก็จะอายุเท่าคุณแม่
โบราณว่า
ลูกหลายคน เลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้
แต่แม่คนเดียว เลี้ยงลูกหลายคนได้
ในอนาคต 
ตัวผมเองก็อาจมีปัญหาเรื่องการได้รับการดูแลแบบนี้
หากต้องป่วยเป็นอัลไซเมอร์ 
คงลุ้นว่าลูกจะสะดวกที่ต้องดูแลผมรึเปล่า
การบันทึก และทำความเข้าใจ
ทำให้ได้ใช้เวลาคิด และวางแผนมาก ๆ
หากในอนาคต ผมต้องล้มป่วยลง จะต้องทำตัวอย่างไร
เพราะโรคนี้ในเครือญาติฝั่งคุณแม่
ก็ยังไม่มีใครเคยเป็น จึงไม่มีประสบการณ์ตรง
พอเป็นขึ้นมาก็ฉุกระหุกเหมือนกันครับ ไม่ทันตั้งตัว

[อายุ 75 ปี]
ก็ไม่รู้จะโชคดีขนาดนั้นรึเปล่า
ถ้าผมอายุยืนเท่าคุณแม่ในวันนี้
การดูแลตนเอง เดี๋ยวนี้สืบค้นได้ง่าย ผ่าน google
ว่าเป็นอะไร รักษาอย่างไร มีผลข้างเคียงหรือระยะไหน
เรียกว่ารักษาไปตามอาการ
ไม่ว่าจะเป็นหมอ หรือพยาบาล หรือตัวผม
เวลาล้มป่วยก็อาจไม่โชคดี อาจรักษาไม่หายไปซะทุกโรค
นั่นเป็นสัจธรรมของชีวิต
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
การนั่งมองคุณแม่ การบันทึกไว้ ทำให้ผมได้ทบทวน
ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร เคยทำอะไรในอดีตไว้บ้าง

คนเราลืมง่าย
ผ่านไปไม่กี่วันก็ลืมแล้ว ผมจึงต้องบันทึกไว้
ที่เขียน blog ทิ้งไว้ เพื่อให้ตัวผมกลับมาอ่านอีกครั้ง

เมื่อเวลาล่วงเลยไป
ก็จะได้รู้ว่าตนเอง ทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง
มีอะไรที่ต้องเตรียมพร้อม หรือเตรียมใจอย่างไร
นั่นก็คือเหตุผมหนึ่ง ที่บันทึกทิ้งไว้
เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ย้อนเวลาไม่ได้

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

คุณแม่สร้างปาฏิหาริย์อีกครั้ง (๓๙.)

ไก่ทอด KFC ท่านชอบมาก ๆ
สั่งว่าเอาไก่แบบในทีวี


[อยากกินไก่ทอดแบบในทีวี]
วันนี้ทานบะหมี่ หรือหมี่ซั่ว อร่อยเหาะ
เช้ามาคุณแม่ก็โซ้ยบะหมี่ใหญ่เลย
จำได้ว่าเข้าปากไป 5 คำ
หมดถ้วยที่เตรียมให้
แต่ลงท้องไปได้ประมาณสองคำ
มื้อบ่ายบะหมี่อีก
ก็ชะตากรรมเดียวกัน คือ กลืนลงคอไปไม่ได้มากนัก
หลังทานบะหมี่ กับผลไม้เสร็จ
บอกว่าอยากกินไก่ทอด คุยกันไป คุยกันมา
ก็จำได้ว่าอยากกินไก่ทอด KFC ที่เคยเห็นในทีวี
ผมจึงออกไปซื้อให้ และบอกให้นั่งรอ
คุณแม่ก็นั่งรอทานไก่จริง ๆ

[ไม่ทานหมู เนื้อ ไก่มานานแล้ว]
ทุกครั้งที่เห็นหมู เนื้อ ไก่
หรือผักอะไรที่ผิดปกติ จะเขี่ยออก หรือทิ้งลงถัง
หมูก็ไม่ทาน ทิ้งหมด
วันนี้ก็ถกกับคุณแม่ว่า ที่ขอไก่ทอด จะเคี้ยวได้เหรอ
เพราะท่านติดไม้จิ้มฟันทุกมื้อ และระหว่างมื้อ
มีอะไรค้าง ท่านจะหยุด และใช้เวลากับไม้จิ้มฟัน นานเลย
แล้วผมก็ต้องไปซื้อให้
ก็เตรียมลุ้นว่าจะทานได้กี่คำ
เพราะบะหมี่เมื่อเช้า ท่านยังเคี้ยวไม่เป็นเลย
ให้เคี้ยว ก็อม แล้วก็คาย ผ่านไปได้แค่สองคำ
แล้วไก่เป็นขา กับข้าวเหนียว ท่านจะได้สักกี่คำนะ
ก็ซื้อมา เผื่อท่านสู้
เพราะผมเชียร์ท่านให้ทานข้าวทุกคำ
ให้กำลังใจ ให้ท่านเคี้ยว และกลืน สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง

[ปาฏิหาริย์มีจริง]
มื้อนี้ผมไม่ได้เชียร์ เดินไป เดินมา นั่งดูกับคุณน้า
นัยตาท่านมุ่งมั่น กินจนหมดทั้งน่อง ฉีกเองเลย
คายบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา
คาดว่าท่านกลืนได้เกินครึ่งน่องเป็นอย่างน้อย
สิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ คือ สมอง
วันนี้เรียกว่า Peak ได้เลย
ขณะท่านกินไก่ทอด
สมองน่าจะทำงานเต็มที่
เรียกว่า เยอะที่สุดในรอบหลายเดือนมานี้
ฉีกไก่ เคี้ยวไก่ ได้อย่างคล่องแคล่ว จนหมด
ไม่มีหยุด ไม่มีค้าง ไม่มีใจลอยเหมือนมื้อก่อน ๆ
การทำงานของสมองที่เต็มที่แบบนี้
มักเกิดตอนออกนอกบ้าน ไปหาหมอ หรือมีแขกมาเยี่ยม
หรือกดดันจากสมองของตนเองที่ต้องทำให้สำเร็จ
เหมือนเป็นด่านที่ตนเองต้องผ่านไปให้ได้ แล้วก็ผ่านได้
โรคอัลไซเมอร์มีขึ้นมีลง เป็นธรรมดาครับ
ถ้าสมอง Peak ทุกวันก็ดีสิครับ
แต่จะสร้างสถานการณ์ทุกวันก็ไม่ได้
เพราะท่านไม่ได้ร่วมมือด้วยทุกมื้อ
หมี่ซั่ว แสนอร่อย



วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

สมองไม่สั่งให้กิน คงไม่ได้กินล่ะ (๓๘.)

สำรับนี้ ชุดเล็ก


[ของอร่อย ห้ามใจไม่ได้]
เวลาผมเจอของอร่อย ห้ามใจไม่ได้
เท่าไรเท่ากัน
ไปเดินห้าง เห็นร้านนู้น ร้านนี้
ผมมักถ่ายภาพอาหารแล้วโพสต์
รู้สึกชอบการกิน เคยแบ่งปัน อยากให้เพื่อนกินด้วย
หวานบ้าง คาวบ้าง นุ่มบ้าง แข็งบ้าง เยอะ
แต่นั่นเป็นอดีต
ปัจจุบัน ไม่ค่อยได้ไปเดินห้างแล้ว อยู่ดูแลคุณแม่ตลอด
นาน ๆ จะพาแม่ไปช็อปที่โลตัสสักครั้ง
ไปซื้อ ensure กับ กระดาษทิชชู่ กับจิปาถะ
กิจวัตรภาคบังคับ คือ กิน เข้าห้องน้ำ และนอน
ทิชชู่ไม่เคยห่างกายคุณแม่ โดยเฉพาะตอนนอน
ต้องเอาน้ำลายออกตลอด ไม่งั้นเข้าหลอดลม
เพราะเพื่อนเตือนมาว่า ระวังเรื่องหลอดลม
การสำลักทำให้ปอดอักเสบได้

[ไปช็อบที่กาดมั่วตอนตีห้า]
วันนี้ไปหาของอร่อยที่กาดมั่วตั้งแต่เช้า
เพราะเมื่อวานแม่ทานของคาวไม่ค่อยได้
ปกติจะเตรียมอาหารแบบเป็นคิวหลายระดับ
ไม่นำไปเรียงให้เลือก
คิว คือ ของคาว ของหวาน ผลไม้ และอาหารเสริม
เมื่อวานกลืนของคาวแทบไม่ลง
บางวันของหวาน กับผลไม้ ก็มีปัญหาการกลืนเหมือนกัน
วันนี้ได้น้ำพริกผักนึ่ง กับตำขนุน
เพราะคุณแม่ชอบ หรือเคยชอบ
จัดให้อย่างละนิด ก็พอ
ข้าวเตรียมมาเพียง 1 ช้อนโต๊ะ ไม่เคยหมด
สรุปว่าวันนี้ เสิร์ฟของคาวตามภาพ
เลือกทานแต่มันนึ่ง กับน้ำพริกมะกอกนิดนึง
ที่เหลือบอกว่าไม่อร่อย ไม่ทาน
ตำขนุนบอกว่าเหม็น ให้นำออกตั้งแต่เห็น
ผักนึ่ง ชิมไป 1 คำ บอกว่าขม ไม่ชอบผักขม
ถั่วต้มที่เคยกิน ก็ไม่แตะเลย

วันนี้แบ่งทาน เข้าปากไปทั้งหมด 5 คำ
เข้าปาก เคี้ยวแป๊ป อม จบด้วยคายทิ้งทุกคำ
เสิร์ฟต่อด้วยข้าวเหนียวเปียก กับกล้วยบวชชี
อย่างละนิดเดียว คายเหมือนกัน และกินไม่หมด
ที่ทานได้ คือ ส้ม กับ ensure
ตอนเที่ยงคงสู้กันใหม่
ทานข้าวเกือบสิบโมง ยังดูไม่สดชื่น
คงต้องมื้อเที่ยงค่อยสู้กันใหม่

[สมองไม่สั่ง กลืนไม่ได้]
ประเด็น คือ อาหารที่เข้าปาก เลือกแล้ว
ชอบแล้ว
ที่ไม่ชอบ จะไม่นำเข้าปากเด็ดขาด
ปัญหา คือ ที่เข้าไปอยู่ในปาก
ไม่เคี้ยว อมอย่างเดียว พอนานเข้าก็ต้องคาย
ผมควบคุมปริมาณตลอด แต่ไม่สำเร็จ
จะให้ทานแค่คำเล็ก ๆ และให้กลืน
วันนี้ไม่สำเร็จ เพราะไม่มีคำใดที่กลืนลงคอ
สมองคุณแม่ชอบอาหาร
เวลาตักคำแรกเข้าปาก
ก็เตรียมตักคำต่อไปเข้าปากทันที
แต่เข้าไปเยอะ หรือน้อย ถ้าไม่กลืนก็ต้องคาย
ผมต้องคอยขัดจังหวะ จัดคิวให้ตักทีละคำ ไม่เร่ง
ช่วงบ่าย สดชื่นแล้ว น่าจะทานได้มากขึ้น
คราวนี้เปลี่ยนเป็นข้าวเหนียว
เพราะท่านเคยถามถึงข้าวเหนียวกับกับข้าวเมือง
แต่ไม่ได้หวังกับข้าวเหนียวมาก
เพราะมีปัญหาเหมือนกัน และข้าวเหนียวเปียกก็ยังทานยากเลย

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

ความทรงจำ เดี๋ยวหายไป เดี๋ยวกลับมา (๓๗.)

เทคโนโลยีช่วยบันทึกอดีตไว้ได้

สมองคนเรามีศูนย์สั่งการ
ที่นี่หละควบคุมเรา

[เมื่อสมองถูกกระตุ้น]
เชื่อว่า
หากสมองได้รับการกระตุ้น ก็จะทำงานได้ดี
และทานข้าวได้ จำเรื่องราวได้ถูกต้อง
ครั้งหนึ่ง จะพาไปหาหมอ คุณแม่ก็ตื่นเต้น
เช้านั้น คุณแม่คายข้าวแค่คำแรก
จากนั้นก็เคี้ยวและกลืนได้ปกติ
หากมีเหตุการณ์กระตุ้นสมอง
ไม่ว่าจะเป็น ความดีใจ ความโกรธ ความตกใจ ความหวัง
สรุปว่าสมองที่ได้รับการกระตุ้น ในระดับที่มากพอ
ครั้งหนึ่ง ผลการกระตุ้นทำให้คุณแม่จำ
ว่า ผู้ที่ดูแลคุณแม่อยู่ คือ ลูกชายคนเดียว
และไม่มีลูกตัวเล็กที่พร่ำเรียกหาว่า หายไปไหน
จะไปถามหาลูกตัวเล็ก ๆ จากใครต่อใคร
แสดงว่า สมอง ที่ฝ่อนั้น
ความจำบางส่วน ที่คิดว่าหายไปแล้ว ไม่ได้หายไปถาวร
แค่หลงลืม และกลับมาทำงานได้อีก ในบางครั้ง
การลืมว่าผมคือ ลูกชาย ยังไม่ถาวร
หลังจำได้ ผมก็ถามย้ำเช้าเย็น
นี่ผ่านมา 2 วัน คุณแม่ยังจำได้ว่าผม คือ ลูกชาย
พอจำได้ ผมก็บันทึกคลิ๊ปวีดีโอ
ให้ท่านพูดว่า ผมลูกใคร และเขียนลงกระดาษ
ด้วยลายมือของท่าน คราวหน้าลืมอีก
ผมก็จะหยิบมาเปิดให้ดูอีกครั้ง
การทำงานของสมองไม่ค่อยแน่นอน
บางวันง่วงนอน หลับเยอะ
บางวันสมองตื่นตัว ไม่ยอมนอนกลางวัน
คิดนู่นนี่เยอะไปหมด วันนี้ทานข้าวเช้าเสร็จก็นอนพักแล้ว

[เรื่องที่ไม่น่าลืม]
มนุษย์เรา มีเรื่องมากมาย
เรื่องมากมายที่ไม่น่าลืม ก็มีเยอะ
เช่น ลืมว่าผมเป็นลูก แต่ท่านก็ลืม
ทำให้ลืมว่าผมแต่งงาน มีลูก และท่านก็มีหลาน
การพูดถึงหลาน
ท่านก็คิดว่าเป็นลูกหลานของคนอื่น
เพราะลูกของท่านยังตัวเล็ก
บางครั้งไปพบน้องของคุณแม่ ผมก็จะยกมือไหว้ทุกครั้ง
ระยะหลัง
ท่านก็เหมือนจะลืมว่าน้าของผม คือ น้องของท่าน
ยกมือไหว้ตามผมทุกครั้ง แปลกใจกันไปทุกทีเช่นกัน

[ดูหนังเรื่องความทรงจำ]
มีภาพยนตร์เรื่อง inside out กับ พรจากฟ้า
เล่าเรื่องการควบคุม และปัญหาความจำจากโรคอัลไซเมอร์
เห็นแล้วก็เหมือนเรื่องของตนเอง ดูหนังแล้วย้อนดูตน
แต่พอคุณแม่มีปัญหาจากโรคอัลไซเมอร์ บวกพาร์กินสัน
รับรู้เลยว่ามีรายละเอียดมากมาย
กว่าที่เห็นในภาพยนตร์
ความทรงจำมีเรื่องของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
พักนี้พยายามพูดคุยกับคุณแม่ ว่า
สิ่งที่อยู่ในกะละมังที่เตรียมไว้คายอาหารคือ อดีต
สิ่งที่อยู่ในปาก คือ ปัจจุบัน ต้องกลืนลงไปให้ได้
สิ่งที่อยู่ในจาน หรือของหวานหลังอาหาร คือ อนาคต
จะเตรียมไว้ แต่ไม่ให้เห็นก่อนทานข้าว นำมาทีละรายการ
คุณแม่มักจะติอาหารว่า
เค็มไป เปรี้ยวไป เผ็ดไป หวานไป จืดไป
แต่ผลของการติ คือ กลืนไม่ลง
ปัญหานี้เกิดบ่อยในช่วงเช้า
สิ่งที่ทานได้มักเป็นของหวาน แต่บางรายการก็คาย
ที่คาย เช่น เผือกกวนบ่นว่าเหนียว
บวชชีกล้วยให้ไป 4 ชิ้น ก็กลืนได้ 2 ชิ้น
ปกติจะไม่ปลุกท่าน ยกเว้นท่านขอตื่นเองตั้งแต่เจ็ดโมง
ระยะหลังจะนอนพักนาน ๆ
ให้สมองพักผ่อน ก็มักจะเริ่มทานข้าว 9 โมงกว่า
ปล่อยให้พัก คิดว่าจะมีสติดีขึ้นเมื่อตื่น ก็ยังมีปัญหากลืนอยู่ดี
ก็ต้องปรับรายการอาหารกัน แบบมื้อต่อมื้อ
พูดคุยด้วย แบบคำต่อคำ ลุ่นว่ากลืนได้ไหม
ปกติคำแรกจะกลืนไม่ลง ส่วนคำต่อไปก็ต้องลุ้น

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เรื่องยาว แต่ผมก็ว่างพอที่จะเล่าครับ (๓๖.)

คุณแม่ และผม
ได้ใช้ภาพเก่า ๆ กับคุณแม่ครับ
ดีนะครับ ไม่ใช่ Digital File เพราะจับต้องได้
forget me not


[แม่งอน จะไม่กินข้าวเอา]
เรื่องเกิดเมื่อคืน คุณแม่ขอปลดรูปหลานลงมา
แล้วก็แกะรูปทั้งหมดจากในกรอบรูป
เป็นกรอบใหญ่ มี 7 - 8 รูป
เป็นตอนเด็กของเด็ก ๆ ที่บ้าน
ไม่อธิบายมาก ดึงดันจะแกะ ก็ต้องตามใจ
เพราะรูปเซตนี้ท่านก็ทำกรอบเอง วางภาพเองหมด
แกะสมใจแล้ว ก็เอาวางไว้ที่เดิม
แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยทำต่อ
พอเช้ามา ก็ขอดูภาพที่แกะอีกรอบ
คราวนี้บอกว่า ภาพเล็กที่ต้องการ และเห็นเมื่อคืนหายไป
ปัญหาเลยครับ
คือ ภาพเล็กที่ว่า ที่ต้องการนั้น ไม่เคยมีมาก่อน
ให้ผมหาให้เจอ บอกว่ารูปนิดเดียว สำคัญมาก
เป็นรูปลูกชายคนเดียวซะด้วย
หากันจนถึงมื้อเที่ยง ก็งอนว่ามีคนเอาไป
นั่งร้องไห้ ไม่ยอมทานข้าว ผมต้องปลอบใจอยู่พักหนึ่ง
จึงยอมไปทานข้าวเที่ยงตามปกติ

[ต้องการรูปของลูกชาย ไปทำอะไรนะ]
ทีแรกก็ฟังไม่ถนัดหู
พอฟังคุณแม่ นั่งฟัง นั่งซักกันดี ๆ
คุณแม่บอกว่า
จะเอารูปลูกที่มีปีเกิดไปเป็นหลักฐาน

เพื่อเอาลูกเข้าโรงเรียน
ตอนนี้ยังไม่เข้าโรงเรียน ไม่มีใครส่งเสีย ไม่มีใครสนใจ
ยังไม่มีหลักฐานอะไรเลย หายหมด
มีอยากเดียว คือ รูป กับวันเกิดที่อยู่หลังรูป
ที่เจอในกรอบรูปที่ขอปลดลงมาเมื่อคืน และวางไว้
พอถามว่าลูกอยู่ไหน
คุณแม่ก็บอกว่าลูกอยู่ในรูป
ตอนนี้ลูกที่อยู่ตรงหน้าท่านแก่เกินจะเป็นลูกแล้ว
สรุปว่า
ท่านไม่ฟังเหตุผล ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือลูก
พูดไป ก็หาว่า พูดไปเรื่อย
แล้วท่านก็งองแงต่อไม่หยุด

[จับเข้า คุยเรื่องจริง]
ถ้าไม่คุยให้เข้าใจ คงวนในอ่างไม่รู้จบ
เพราะเคยวนมาหลายครั้งแล้ว
ท่านเคยยิงคำถาม ที่ผมประติดประต่อไม่ได้
และเป็นทุกข์บ่อยครั้ง แต่ไม่มีทุกข์ชัดเจนเท่าคราวนี้

นั่งกอดเข่า น้ำตาตกแหมะ ๆ 2 รอบ

บ่อยครั้ง ที่คุณแม่มีคำถาม หรือข้อสงสัย
อาทิ
น้องเกิดปีไหน ต้องการคำนวณ จะได้บอกเขาได้
ลูกที่นอนอยู่ข้าง ๆ หายไปไหน 

ขอปลดรูปหลานที่แขวนไว้ ลงมาหลายรอบ

โชคดี ที่ท่านจำรูปตนเอง จำรูปลูกได้
ผมก็เริ่มหยิบรูปคู่ ตนเองกับคุณแม่
แล้วถามคุณแม่ทีละภาพว่าใช่ท่านกับผมไหม
เพราะท่านบอกว่า ลูกไม่รู้ไปไหน และไม่เคยเรียนหนังสือ
หารูปตอนผมบวช คู่กับทานมาให้ดู
หารูปตอนงานศพยาย ว่าผมก็อยู่ในงานด้วย
หารูปตอนเป็นนักเรียน ถ่ายกับเพื่อนที่อัสสัมชัญ
หารูปตอนเป็นหนุ่ม ท่านพาไปเที่ยวเขื่อน
หารูปตอนรับปริญญา ท่านก็จำได้ว่าไปรับด้วย
กว่าคุณแม่จะสงบ และยอมรับให้เรื่องนี้ผ่านไป
ก็ต้องเล่ากันทีละภาพ ทีละอัลบั้มกันเลยทีเดียว
ชอบภาพหนึ่ง คือ ผมเกิดได้ 22 วัน
เพราะเป็นภาพที่ตอบคำถามท่านว่าลูกเกิดปีไหน
ข้างหลังภาพ .. คุณพ่อได้เขียนบรรยายไว้ชัดเจน
สรุปว่าคุณแม่สบายใจไปอีก 1 วัน


วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เหนื่อยไปกับคุณแม่ที่เวียนหัว และอวก (๓๕.)

ข้าวเหนียวมะม่วง เคยให้ตอนกลางวัน
ชอบมาก ๆ หมด ตามคาด


[เตรียมอาหาร]
เล่าหลายรอบล่ะ วันนี้ก็เล่าอีก
ว่าแต่ละมื้อเตรียมอาหาร 2 คนกับคุณน้า
มื้อนี้คุณน้าอีกคนซื้อแกงส้ม ฉู่ฉี่ปลา กับลาบขาหมู
ทั้ง 3 อย่างคุณแม่คงทานไม่ได้ ผู้ดูแลทานได้
แต่ก็ต้องเตรียมให้บ้าง
ส่วนที่น่าจะทานได้ คือ ปลาทู กุงเชียง แตงกวา
ปกติจะรวมข้าวและกับข้าวในจานเดียว
แต่คุณแม่เขี่ยข้าว แล้วมักไม่ตักข้าวเข้าปาก
วันนี้จะแยกข้าว และจะพูดคุยเรื่องทานข้าว
ไม่งั้นท่านจะหลบข้าว เหมือนที่ผ่านมา

แต่ละมื้อเตรียมให้หลาย ๆ อย่าง
ที่ท่านชอบ ให้ท่านเลือกทาน
พักนี้ทานยาก ตั้งแต่หยุดยากระตุ้นการอยากอาหาร
เพราะผลข้างเคียงคือปัสสาวะยาก


[ทานไม่ลง สักคำ]
เมื่อวาน ตื่นเช้ามาก็ดูจะปกติ
ล้างหน้าแปรงฟันได้ปกติ
พอเข้าโต๊ะอาหารเช้า ซึ่งสายแล้ว
เพราะหนาว ก็ราว 9 โมงเช้า
ครั้งนี้จ้องท่านตลอด
เพราะอาหารอร่อยถูกปากทุกอย่าง
มีปลาทู กุงเชียง ลูกชิ้น และข้าวเหนียว
แต่เพิ่มผัดหน่อไม้ใส่วุ้นเส้นใส่ไข่
ท่านเขี่ยทิ้งตั้งแต่เห็น
สิ่งที่เข้าปากมี ปลาทู กุงเชียง ลูกชิ้น
คำแรก ท่านคาย คาดว่าใส่ปากมากไป
อมกว่า 10 นาที สุดท้ายคำแรกก็ต้องคาย
คำที่สอง มีปลาทู คำนี้ 10 กว่านาที แม้ไม่เยอะ
แต่สุดท้ายท่านก็คาย และเลิกทาน
สรุปว่าวันนี้ ของอร่อย แต่ทานไม่ลง
เริ่มแปลกใจ
หันมาทานกล้วย ทานง่าย ของประจำ
ท่านกินเข้าไปหลายชิ้น
แล้วอยู่ ๆ ท่านก็คาย จึงไม่มีอะไรเข้าปากเลย
นอกจากน้ำขิงชง ไม่เกิน 3 อึก
ที่เตรียมให้ประจำ ครึ่งแก้ว หมดบ้าง ไม่หมดบ้าง
จากนั้นก็แคะฟัน ท่านว่าข้าวเหนียว ติดฟัน
ถึง 10 โมง ท่านก็คลื่นใส้ และอวกเป็นน้ำลาย
อวกเป็นน้ำลายเหนียว ประมาณ 1 ชั่วโมง
ต้องหายา Dominox แก้อาเจียน
หมอรักษาอัลไซเมอร์ให้มา
คาดว่าจะมีอาการเวียนศีรษะ
ระยะหลังท่านก็จะเวียนศีรษะกลางคืนหลายครั้ง
เกิดหลังช่วงแรกที่เปลี่ยนยาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน
เป็นกลางวันครั้งหนึ่ง แป๊ปเดียว เมื่อสัปดาห์ก่อน
ตอนนั้นอาเจียนหลังอาหารเช้า หลังกินลาบ
อย่างอร่อย แต่ก็กินได้ 2 คำ
ครั้งนั้นหลังอาหาร ครึ่งชั่วโมงก็อวก

ยาบรรเทาอาการอาเจียน
ให้ไป 1 เม็ด ท่านดีขึ้น และได้พักผ่อน


[เวียนศีรษะ อวก]
มีหลายคำแนะนำน่าสนใจ เรื่องอวก
ว่าถ้าคุณแม่เวียนศีรษะ ให้พาไปหาหมอ
เห็นทีแรกก็อยากพาไป แต่คิดทบทวนแล้ว
แต่อาการที่ท่านเป็น เป็นโรคประจำตัวไปแล้ว
คือ ผลของโรคทางสมอง ทั้งอัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน
จึงให้ยาแก้อาเจียนไปก่อน ให้แล้วท่านก็นอนพัก
เมื่อวานอวกหนักตั้งแต่ 10 - 11 โมง
อวกเบาลงหน่อยช่วง 11 - 12 โมง หลังได้ยาลดอาเจียน
หลังเที่ยงก็มีคายน้ำลายบ้าง แต่เน้นนอนพัก
นอนถึง 3 โมง ก็กลับมาปกติ นั่งดู water world สนุก
มีป้าไหลมาเยี่ยม คุยกันสนุก เพราะป้าไหลคุยเก่ง
แล้วก็พาไปทานโจ๊ค ทานไปได้ตั้งครึ่งถ้วย
แล้วทานกล้วยต่อจนหมดจาน
ตอนเย็นอาการท่านปกติ ให้ยานอนหลัง 2 เม็ด
ตื่นเข้าห้องน้ำบ่อยเหมือนเดิม ไม่ได้ยาวดังคาด
คงพะวงเรื่องถ่ายหนัก
ตอนตี 3 ให้มะขามแขกไป
ก็คงต้องช่วยกันสองคน ให้การขับถ่ายเป็นปกติ
ท่านชอบให้ทำ Detox ทุก 2 - 3 วัน
เพราะทำแล้ว ภารกิจลุล่วงทุกครั้ง ไม่ค้างคาใจ



วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วันนี้ลำปาง 37 องศา ออกสวน ออกแดดไม่ได้เลย (7.)




[อากาศร้อน]
ศุกร์ 24 ก.พ.60
อยู่ในบ้าน หลบร้อน
ข้างนอกบ้าน แดดแรงจัด ไม่สบายตัว
ตาก็สูงแสงไม่ได้
ตกเย็นค่อยไปรดน้ำต้นไม้
วันนี้เช้ามาอากาศเย็น ตกบ่ายอากาศร้อน
ร่างกายปรับตัวไม่ทัน
เป็นหวัดเลย ต้องทานยา เก็บตัว
จะได้หายเจ็บหายหวัด

[อากาศดี]
วันไหนอากาศดี ก็จะออกไปนั่งในสวน
ไปดูต้นไม้ ไปรดน้ำต้นไม้
ไปถางหญ้าบ้าง หาผลไม้ทาน (ถ้ามี)
มองหาผักในสวนมาทาน หรือทำกิน

[พยากรณ์]
ร้อนครับ บ่นหน่อย .. วันนี้ 37 องศา
ต่อจากนี้ไปอีก 1 สัปดาห์จะไม่ร้อนเท่าวันนี้
ลดลง 1 - 3 องศา แต่วันนี้ไม่ไหวครับ
ร้อนผ่าวออกมาเลย
เปรวแดด แรงจริง ๆ

[ข่าวช่อง 3]
การที่อุณหภูมิขึ้นลงที่จังหวัดลำปาง
ห่างกันมากในหนึ่งวัน
ได้มีการรายงานออกทีวีช่อง 3 โดยน้องไบร์ท
ว่าที่เถิน
ตอนเช้า อุณหภูมิต่ำถึง 15.3 องศาเซลเซียส
ส่วนกลางวัน สูงถึง 40 องศาเซลเซียส
แตกต่างถึง 22 องศา จึงเตือนว่าดูแลสุขภาพกันด้วย
ผมเองก็มีปัญหา เป็นหวัดเลยครับ
http://morning-news.bectero.com/regional/24-Feb-2017/97544



วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มองอาการคุณแม่ ทั้ง 10 อาการเทียบของใคร ๆ (๓๔.)

ก่อนนั่งมองคุณแม่ ก็นั่งมองจิตตนเองก่อน
จะได้พร้อม



ก่อนนั่งมองดูคุณแม่ ยาว ๆ ไป
ตื่นเช้ามา นั่งมองจิตตนเองก่อนเลย
ว่าจิตยังอยู่ดีมีสุขไหม
พักนี้ขยันครับ .. นั่งมองจิต
มองลมหายใจเข้าออก ของตนเองทุกวัน
#conscious #mind #breath



[พฤติกรรม และอาการทางจิต]
ทบทวนวรรณกรรมกันหน่อย
หาข้อมูลเพื่อดูแลคุณแม่ พบหัวข้อ
"ปัญหาพฤติกรรมและอาการทางจิตที่พบได้บ่อย ๆ"
เรียบเรียงโดย Thammanard Charernboon

มีดังต่อไปนี้*
1. อาการหลงผิด (delusion) พบได้  30-40 %
2. อาการหูแว่วหรือประสาทหลอน (auditory hallucination and visual hallucination) พบได้ 20-30 %
3. ภาวะซึมเศร้า (depression) พบได้  40-50 %
4. อาการวิตกกังวล (anxiety) พบได้ 40 %
5. อาการเฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบตัว (apathy) พบได้ 70 %
6. พฤติกรรมไม่สามารถยับยั้งชั่งใจ (disinhibition) พบได้30-40 %
7. อารมณ์หงุดหงิด โกรธ เปลี่ยนแปลงได้ง่าย (irritable) พบได้ 40%
8. พฤติกรรมทำอะไรแปลก ๆ (aberrant motor behavior) พบได้ 30-40 %
9. ปัญหาด้านการนอน (sleep problem) พบได้ 30-50 %
10. ปัญหาด้านการกิน (Appetite)  พบได้ประมาณ 40-50%

http://thammanard.blogspot.com/2014/07/bpsd.html

[วิเคราะห์ภาวะที่เกิดกับคุณแม่]
1. อาการหลงผิด
พบบ่อย
เช่น มองลายมือตนเอง แล้วบอกว่าจะถูกหวยรางวัลใหญ่
เพราะมีคนทักว่าลายมือดี เส้นเยอะ
ผมต้องซื้อฉลากกินแบ่งให้ทุกงวดเลย แก้ปัญหาง่าย ๆ ครับ
ถ้าถามถึง ก็จะควักให้ดู แล้วก็จบคำถามไปได้

2. อาการหูแว่วหรือประสาทหลอน
พบบ้าง
ตอนนี้ผูกด้ายขาวที่พระท่านเมตตาให้ไว้ พกติดตัวตลอด
เพราะท่านเชื่อว่ากันผี
นาน ๆ ก็จะเล่าให้ผมฟังสักครั้ง
ไม่ถือว่าบ่อย แต่มีเรื่องนี้ในใจแน่นอน

3. ภาวะซึมเศร้า
ไม่พบนะ
เพราะผมชวนพูดคุย ทำกิจกรรมตลอด

4. อาการวิตกกังวล 
พบบ่อย เรื่องเสื้อผ้าไม่สวย ข้าวของ ญาติพี่น้อง พ่อแม่ ลูกหลาน
เห็นภาพยังระแวงเลย จะให้ปลดภาพ ย้ายภาพ บ่อยเลย

5. อาการเฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบตัว 
ไม่พบนะ
เพราะผมชวนพูดคุย ทำกิจกรรมตลอด

6. พฤติกรรมไม่สามารถยับยั้งชั่งใจ
มีบ้าง แต่ไม่เยอะ
เช่น อยากไปพบช่างตัดผ้า ติดตามว่าที่ตัดไว้ได้รึยัง
เรื่องนี้จำแม่น และอยู่ในใจเสมอ
เพราะเสื้ออื่น ท่านว่ายืมเค้ามา อยากได้เสื้อผ้าใหม่

7. อารมณ์หงุดหงิด โกรธ เปลี่ยนแปลงได้ง่าย
มีบ้าง แต่ไม่เยอะ

8. พฤติกรรมทำอะไรแปลก ๆ 
มีบ้าง แต่ไม่เยอะ

9. ปัญหาด้านการนอน 
ได้ยานอนหลับ
เพราะตอนไม่ได้ยา จะมีปัญหาเยอะมาก

10. ปัญหาด้านการกิน 
ท่านเป็นพาร์กินสัน ดื่มน้ำยากมาก ๆ
อาหารก็พอทานได้ ชอบของอร่อย โดยเฉพาะของหวาน
เลือกมาก ติมาก ต้องเลือกให้ท่าน ตามใจ
แล้วแต่ละมื้อก็จะผ่านไปด้วยดี

[ชวนคุยเรื่องแยกธาตุแยกขันธ์]
ก็พูดเรื่องธรรมะให้คุณแม่ฟังบ่อย
คุยเรื่องปล่อยวาง
หายใจเข้า หายใจออก กำหนดจิตรู้
แต่ดูท่านจะไม่ค่อยสนใจ
ตอนปกติท่านก็ไม่สนใจอยู่แล้ว
แต่ผมพูดบ่อย ๆ เรื่องจิต (conscious)
เพราะต้องการย้ำให้จิตตนเองรับรู้ด้วย
ดูแลท่าน ต้องดูแลจิตของตนเองด้วย
เพราะจิตของผมก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงมากมายนัก
เรื่องกายก็พอไหว้อยู่
แต่วัยเกือบ 50 ก็เสียวเหมือนกัน
คุณพ่อจากไปด้วยมะเร็งลำไส้ ตอน 50 ต้น ๆ
คุณยายจากไปด้วยมะเร็งตับ ตอน 60 ต้น ๆ
ก็ต้องยอมรับว่ากังวลครับ




วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เขียนจดหมายถึงคุณยาย และลาบคั่วออกฤทธิ์ (๓๓.)

มื้อนี้ก็อร่อย ทานหมด
น่าจะอร่อยเพราะยากระตุ้นการเจริญอาหารด้วย

สลัดผัก เก็บผักในสวนมาทำ
น้าทำให้ตอนกลางวัน อร่อย

น้ำมะเขือเทศปั่น
แฟนทำให้ ดื่มหมดเลย ครึ่งแก้วเล็ก ๆ

ข้าวต้มราดผักชี
ทานผักชีหมดเลย


[คุณยาย เสียไป 20 ปีแล้ว]
คุณแม่มักถามถึงคุณยายเสมอ ๆ
ระยะนี้ถามถี่ คิดเอง พูดเอง ว่าคุณยายไปวังกะพี้
ไปแล้ว กลับมาแล้ว แต่กลับไปส่งเพื่อนอีก
อยากให้คุณยายกลับบ้าน เพราะเป็นห่วง
วันนี้ร้องขอกระดาษกับปากกา
เขียนจดหมายไปหาคุณยาย เขียนเสร็จก็ยื่นให้ผมไปส่ง
ได้รับคำแนะนำว่า
ถ้าคุณแม่ต้องการอะไร พูดอะไร ก็ไม่ต้องขัด
ปล่อยให้ท่านทำ และพูดไปอย่างมีความสุข
ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ขัดท่านครับ
เออ ออ ห่อ หมกไปกับท่าน
เหมือนในเรื่อง พรจากฟ้า

[เบ่งปัสสาวะไม่ออก]
วันอาทิตย์ที่แล้ว คุณแม่บ่นว่ามีแก้วในกระดูก
จะให้หมอคีบออก
ก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพราะขัดขืนไม่ได้
คุณหมอพูดคุยด้วยดีมาก
แล้วให้ยากระตุ้นการเจริญอาหาร กับวิตามินบีรวม
ก็ทานไปได้เกือบสัปดาห์
พบว่า ยาได้ผลดีมาก คุณแม่ทานอาหารไม่เคยคายเลย
ทานได้หมดทั้งแกง ทั้งต้ม ทั้งผัดผัก
แต่พบผลข้างเคียงที่ไม่คาด และเป็นปัญหา
พบปัญหา ปัสสาวะติดขัด
คือ ปวดปัสสาวะ เข้าห้องน้ำ แต่เบ่งไม่ออก
เข้าไปอ่านดูสรรพคุณยา พบมีผลข้างเคียงเรื่องปัสสาวะ
พอหยุดยาได้ 2 วัน อาการดีขึ้น
เดี๋ยวนี้ก่อนนอนสามารถปัสสาวะได้ปกติ
แต่กลับมามีปัญหาเรื่องจางปากจางคอ กินอะไรก็ไม่ลำ
ก่อนหน้านี้ 
เข้าห้องน้ำเตรียมนอนแต่หัววัน (ไม่ยอมนอนดึก)
เข้าตั้งแต่ 6 โมงเย็น ทุ่ม สองทุ่ม เข้าตลอด แต่ฉี่ไม่ออก
ที่ขอเข้าห้องน้ำ เพราะเวลานอน จะไอจากการสำลักน้ำลาย
จะมีปัสสาวะเล็ดลอดมา
จะปัสสาวะได้ปกติ ก็ตอนอยู่ในห้องน้ำ แล้วไอ
พอไอก็จะปัสสาวะได้เยอะมาก แล้วสามารถนอนได้ถึงเช้า
ในเวลากลางวันก็ไม่ค่อยเข้าห้องน้ำ ต่างกับเมื่อก่อน
ที่เข้าห้องน้ำทุก 2 - 3 ชั่วโมง ช่วงกลางวัน
ปัญหาเรื่องปัสสาวะไม่ออก น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี
แต่อาการเบื่ออาหาร คงต้องแก้กันต่อไป

[อวก หลังทานข้าวไปครึ่งชั่วโมง]
พักนี้ คุณแม่ทานข้าวเก่ง
จากยากระตุ้นการเจริญอาหาร
หลายวันมานี้ ทานอะไรไม่ค่อยระวัง ชอบหมด
คุณแม่รู้สึกว่าตนเองเก่งขึ้น ผมก็ชมท่านด้วย
มีวันหนึ่ง ท่านขอกินลาบคั่ว กับข้าวเหนียว
เพราะเข้าสวนแล้วเห็นผักกับลาบเยอะ อยากทานผัก
เคยทานลาบที่บ้านน้า เห็นว่าทานได้
วันนี้ใจดี 
ผมจัดข้าวเหนียว แคบหมู ไข่เค็ม กับลาบคั่ว
ปิดมื้ออาหาร ด้วยขนมลิ้นหมา ที่โรยมะพร้าวขูด
ทานลาบคั่วไปหน่อยเดียว สัก 3 คำได้
ก็ไม่รู้อะไรที่เป็นต้นเหตุ ที่แท้จริง
หลังทานข้าวเสร็จประมาณครึ่งชั่วโมง
อยู่ ๆ ท่านก็ขออวก
คุณแม่สงสัยเรื่องลาบหมู่คั่วเป็นเหตุ
ทำให้ท่านอวก และคายน้ำลายเยอะสักพักหนึ่ง
แต่อาการดีขึ้น และไม่มีอาการอื่น
มื้อเที่ยงก็ให้ทานผลไม้ กล้วย กับอาหารผู้ใหญ่
ตกเย็นก็ทานโจ๊ก โรยผักชี กับปลาป่น
ทานได้ปกติ และกลับสู่สภาวะปกติ
แต่เข้าห้องน้ำบ่อยเหมือนเดิม
คงพะวงเรื่องปัสสาวะรดที่นอนมากไปหน่อย

ที่เป็นปัญหาปกติ และไม่หายไปมี 3 เรื่องเหมือนเดิม
1. ดื่มน้ำยาก จนดื่มไม่ลงยังเป็นอยู่ แต่น้ำหวานดื่มสบาย
2. ลืมว่าผมคือลูก เรื่องนี้ทำใจนานแล้ว
3. เดินเองไม่ได้ แต่ชอบแอบเดิน จากพาร์กินสันและอัลไซเมอร์

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ไม้เลื้อย เกาะรั้ว ต้องเอาออก (6.)

เวลาเห็นต้นไม้ (Plant and Tree) ในบ้าน
ก็จะเห็น ไม้ดอก ไม้ผล ไม้ที่รับประทานได้
ไม้เถา (Climber) ที่เลื้อยข้างรั้ว เลื้อยไปตามพื้น ผักบุ้งก็มา
บางจุดที่ไม่มีใครดูแล ไม้เลื้อย กับต้นหญ้าจะเยอะ

เผี้ยวถางหญ้า ริมรั้วบ้าน
ได้หญ้ากองเบ้อเล่อเลย








คุณแม่อยากออกมานอกบ้าน มานั่งในสวน
ผมก็ต้องออกมาด้วย
พอออกมาก็เป็นโอกาสดูแลสวน
มีอะไรที่ขาด ก็เติม
มีอะไรที่เกิน ก็ต้องเอาออก
ทำได้เท่าที่ทำ ไม่หวังอะไรมากไปกว่าดูแลคุณแม่
พักนี้ทำบ่อยมือไม้ชักพอง และด้านขึ้น
เท้าก็ไม่ค่อยได้ดูแลดำบ้าง ด้านบ้างไปตามธรรมชาติ

ต้นมะละกอ (Papaya) ก็ปลูกให้คุณแม่ทาน
อีกหน่อยคงแบ่งคนในครอบครัวด้วย
อร่อย เพื่อสุขภาพ
หวังขายก็คงได้ไม่กี่บาท





วันนี้พอเอาไม้เลื้อยออก
อีกหน่อยก็คงมาใหม่ มากันเร็ว
หากหาไม้ผลไปปลูก ในจุดที่ไม้เลื้อยเคยมา
ก็จะต้องดูแลรดน้ำพรวนดิน
ทำให้พื้นที่ส่วนนั้น มีคนเดิน
ไม่รกร้าง ว่างเปล่าให้ไม้เลื้อยเข้ายึดอีก

ไม้ผล ถ้าไม่รดน้ำพรวนดิน
ก็คงแคะแกน ไม่ออกดอก ออกผลตามหวัง


วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

แอปเปิ้ลเมือง หรือสตาร์แอปเปิ้ล (Star apple) หรือหมากน้ำนม (5.)




ที่บ้านปลูกต้น หมากนม หรือ สตาร์แอปเปิ้ล (Star apple)
หรือหมากน้ำนม หรือ บักยาง หรือ แอปเปิ้ลน้ำ หรือแอปเปิ้ลเมือง 
ไว้ 2 - 3 ต้น
ต้นที่บ้านสูงประมาณ 10 เมตร รัศมีประมาณ 3 เมตร
ใบด้านบนมีสีเขียว ด้านล่างมีสีน้ำตาล
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ผลสุกจะนุ่ม
รสชาติหวาน มียางสีขาวออกมาจากเปลือก
เมล็ดมี 4 ถึง 8 เม็ด
ที่ตลาดเกาะคา ลำปาง ช่วงปลายกุมภาพันธ์ 2560
เริ่มวางขายประมาณ 3 ลูก 20 บาท
เห็นที่อื่นขายกิโลกรัมละ 20 บาท








ถ้า ต้นหนึ่ง ออกลูกมาประมาณ 90 ลูก
แล้วขาย 3 ลูก 20 บาท ก็จะมีรายได้ต้นละ 600 บาท
หากปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ในพื้นที่ 1600 ตารางเมตร
หากปลูกต้นละ 4 ตารางเมตร ก็จะได้ไร่ละ 400 ต้น
หากปลูกต้นละ 8 ตารางเมตร ก็จะได้ไร่ละ 200 ต้น
ดังนั้น
ต้นละ 600 บาท * 200 ต้นต่อไร่ ก็จะมีรายได้ 120,000 บาท


ต้นนี้ไม่ได้รดน้ำ พรวนดิน
ปีนี้ออกมาประมาณ 20 ลูก
จากการประเมินด้วยสายตา
แต่ขายได้เท่าไรไม่รู้ เพราะไม่สวยก็หลายลูก

ในบ้านมีหลายต้น
อีก 2 ต้นไม่ได้ถ่ายภาพมาด้วย
ปีนี้ไม่ออกผล เพราะไม่ได้บำรุงอะไรเลย



เล่าเรื่องแอปเปิ้ลเมือง ในกลุ่ม "รวมพลคนเกษตรพอเพียง"
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10154996330448895&set=gm.1463598907004589

ย้ายต้นกล้ามะละกอที่หว่านไว้ ไปลงแปลงปลูก (4.)

นอนพักในสวนหลังบ้าน


[ที่บ้าน]
มีเกษตรกรหลายคนช่วยดูแลสวนแต่ละส่วน
แต่ละคนก็หลายสูตร หลายทฤษฎี และหลายต้น
ส่วนคุณแม่ชอบให้พาเข้าไปนั่งในสวน ไปดูเฉย ๆ
ผมก็ต้องไปด้วย ไปนั่งด้วย คุยด้วย
ถางหญ้าบ้าง รดน้ำต้นไม้บ้าง สุดท้ายก็นอนเล่น
และดูแลไม่ให้ท่านลุกเดิน แล้วล้มแบบครั้งก่อน





หลังวานไปตามพื้นหลังครัว


เตรียมย้ายไปแปลงปลูก

ขุดออกจากดินแล้ว
เอาลงแปลงปลูก ริมรั้วบ้าน



[ย้ายต้นกล้า]
การปลูกมะละกอมีหลายวิธี
วิธีหนึ่งที่เพื่อนแนะนำมา คือ หวานเมล็ด
ลงไปตามพื้น พอมีต้นที่โตก็ย้ายไปปลูก
วันนี้
คุณน้าบอกว่ามีต้นมะละกอต้นหนึ่ง ที่เคยหว่านทิ้งไว้
แล้วก็โตได้เป็นฟุต ให้เอาไปอาที่ปลูกได้ล่ะ
พอมัดคุณแม่ไว้กับ wheel chair ดีแล้ว
ก็ไปขุดต้นกล้า นำไปล้างน้ำ ตัดรากแก้วออกนิดนึง
ตามคำแนะนำที่คุณเรณูเคยบอก
จากนั้นก็ลงดิน
ที่เหลือก็ลุ่นว่าจะโตวันโตคืน และต้นไม่สูง
ที่เป็นผลจากเทคนิคตัดรากแก้วออกนิดนึง

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หาซื้อของให้แม่ทาน พักนี้ทานข้าวดีขึ้น แต่ความจำแย่ลง (๓๒.)

ขนมเค้ก (24G) กับมะละกอ


[การขับถ่าย]
สัปดาห์ก่อน การขับถ่ายปกติ
เบาได้ หนักก็พอได้ ถ้าได้มะขามแขก
สัปดาห์นี้
ผมรู้สึกไปเองว่าท่านเข้าห้องน้ำไม่ปกติ
โดยเฉพาะเบา
ท่านเข้าไป 4 รอบ จะออกสักรอบเท่านั้น
และไม่บ่อยเหมือนเคย
ส่วนหนักนั้น ทานมะขามแขกเข้าไป
ไม่ออกมากันเยอะ ๆ เหมือนสัปดาห์ก่อน
ช่วยสวนทวาร หรือที่ผมเรียกว่า detox
ก็ได้ผลไม่เป็นไปตามคาดหวัง
2 - 3 วันนี้ เจริญอาหาร ให้ข้าวไป 2 ช้อนก็หมด
ให้มะละกอสุกก็ทานหมดจาน หลังทานข้าวหมด
สงสัยได้ยาดีจากคุณหมอ
ให้ยากระตุ้นการเจริญอาหาร (Cyproheptadine 4 mg.)
กับวิตามินบีคอมเพล็ก (Vitamin B Complex)
แล้วสถิติการคายอาหารระหว่างทาน
ต่ำลงมาก หรือแทบไม่คายเลย
แต่ยังดื่มน้ำลำบากเหมือนเดิม
กลางคืนก็สำลักน้ำลายขณะนอนเหมือนเดิม

[อยากกินข้าวเหนียว]
แม่บ่นอยากทานข้าวเหนียว กับส้มตำ
วันนี้ออกบ้านไปหาซื้อข้าวเหนียว
ถุง 10 บาท ได้มา 2 ถุง
ต้องหาโอกาสให้ลองทานดู
ในอดีตท่านไม่ชอบทานข้าวเหนียว
คงได้ยินใครเค้าว่าข้าวเหนียวอร่อย
จึงคิดจะหาข้าวเหนียว ส้มตำ กับยำหน่อไม้มาทาน
ออกตลาดได้ไข่เค็ม แยมโรล กับส้มสายน้ำผึ้งตุนไว้แล้ว
อย่างอื่นก็รอคุณน้าทำให้ทาน
และเสริมด้วยอาหารต่าง  ๆ ที่ซื้อตุนไว้
ซื้อส้มตำแยกน้ำไว้แล้ว
น่าจะมีรสชาติกระตุ้นการอยากอาหาร
เพราะคุณแม่ชอบน้ำพริกกะปิ

[ความจำแย่ลงมาก]
คุณแม่มีลูกคนเดียว
พอถามย้ำไปมา ก็คิดว่ามี 2 คน
คือ ตัวเล็ก กับตัวใหญ่
เพราะเห็นรูปหลานน้อยติดฝาบ้าน
เรื่องหลานก็จำว่าไปต่างประเทศ
น่าจะไปจำชีวิตในครอบครัวอื่นมา
แล้วคิดว่าเป็นครอบครัวตนเอง
พักนี้ต้องระวังเรื่องการให้ข้อมูล
เพราะจะนำมาต่อยอดเป็นเรื่องราวของท่าน
การเดินก็แล้วแต่อารมณ์
ถ้ามีสติดีก็จะอยากเดิน แต่ไม่ค่อยอยากแล้ว
เพราะเดินทีไรก็เซล้ม และไม่ได้ปล่อยให้แอบเดินอีก
ปัญหาจากความจำเสื่อม
มีเรื่องราวอีกมากมายที่ท่านเล่าให้ฟัง

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ข่าวคุณแม่ที่ล้มบนถนนให้รถชน แล้วนึกถึงคุณแม่ของผมในทันที (๓๑.)

คุณแม่ที่บึงกาฬ


[ข่าว คุณแม่ที่บึงกาฬ]
ฟังข่าวเช้า 16 ก.พ.60 ข่าวว่า คุณแม่วัย 73 ปี
(อายุพอ ๆ กับคุณแม่ของผมเลย)
อยู่ที่ บ้านโนนสวาท หมู่ที่ 4 ต.วังชมพู อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ
อยู่เพียงลำพัง
เพราะสามีเสียชีวิตนานแล้ว ส่วนลูกชายทำงานต่างจังหวัด
คุณยายป่วยเป็นผู้ป่วยจิตเภท และความจำเสื่อม หลงลืมตลอด
บ่อยครั้งที่ออกจากบ้าน แล้วทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว
จากการป่วยทางสมอง
พอมีข่าว ทางการได้ขอให้ลูกหลานหมั่นดูแล
และให้กินยาอย่างต่อเนื่อง ระวังไม่ให้เดินไปตามถนน
เกรงว่าจะเกิดอันตรายได้

[ข่าวก่อนนั้น]
มีการแชร์คลิ๊ป และคิดกันว่าคุณแม่ท่านนี้
เป็นแก็งค์มิจฉาชีพ แกล้งทำให้รถชน
เหตุเกิดใน อ.เซกา จ.บึงกาฬ แล้วหวังเงินจากผู้เสียหาย
เมื่อสืบกันลึกลงไป ก็พบว่าคุณแม่ท่านป่วย
เป็นอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อมนั่นเอง
โดย พ.ต.อ.อนุสรน์ มั่งมี ผกก.สภ.เซกา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว
ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน
ที่คุณแม่วัย 73 ปีในข่าว จะเป็นมิจฉาชีพ แต่ที่ทำไปเพราะป่วย
http://www.tnamcot.com/content/656426

[ผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็สมองเสื่อมมากขึ้น]
โรคอัลไซเมอร์จะมีคนไทยเป็นมากขึ้น
เพราะอายุยืนมากขึ้น ผู้สูงอายุมีมากขึ้น
การเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และพาร์กินสันก็จะมีมากขึ้น
ลูกหลายจำนวนมากขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนแนวทางดำเนินชีวิต
กลับมาดูแล คุณพ่อ คุณแม่ ที่เจ็บป่วยกันมากขึ้น
เป็นแนวโน้มของวิถีชีวิตที่กำลังเปลี่ยนไป
และผมก็เปลี่ยนมาแล้ว
แต่การเปลี่ยนนี้ไม่ง่ายเลย ยากมาก
ยากทั้งใจ ทั้งกาย เห็นใจทั้งผู้ป่วย และผู้ดูแลเลยครับ

http://s.ch7.com/215014
http://s.bugaboo.tv/300491

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เค้าว่า ว่าที่คุณแม่ไม่อยากมีลูก แล้วจะกินอย่างไร (๓๐.)

สังขยา ฟักทอง


[ข่าว มีลูกเพื่อชาติ]
อยู่ดี ๆ
ต้องหาสามี หาภรรยา ที่ดี ๆ ยังไม่พอ
เดี๋ยวนี้ต้องมีลูก เพื่อช่วยชาติ
ฟังแล้วแปลก แต่จริง
วันนี้ กระทรวง สธ. ออกนโยบายสาวไทยแก้มแดง
ส่งเสริมให้สาวไทย 20 - 34 ปี "มีลูกเพื่อชาติ"
เพราะอัตราการเกิดน้อย
อีกหน่อยแรงงานจะขาดแคลน
ความเห็นมีหลากหลายนะครับ
เห็นชอบก็เยอะ
เห็นต่างก็แยะ
ถกกันได้ไม่รู้จบแน่นอน

http://www.kroobannok.com/81240

[ทานไม่ลง]
วันนี้คุณแม่ออกไปชมสวน ช่วงบ่าย
กลับเข้าบ้านขอนอนตั้งแต่สี่โมง ลุก ๆ นอน ๆ
ผมปลุกมาทานข้าวกันตอนทุ่ม
เพราะเห็นว่านอนพักนาน ตื่นมา น่าจะแจ่มใส
ตั้งแต่ทุ่มถึง 2 ทุ่ม ใช้เวลาลุ่นชั่วโมงเศษ
ข้าวเข้าปากไป 3 คำ กลืนไม่ลงทุกคำต้องคาย
มื้อนี้ จัดเตรียมกับข้าวถูกปาก ทุกอย่างเลย
เป็นน้ำพริกกะปิ ปลาทู ชะอม มะเขือชุบแป้งทอด
ทานข้าวไม่ได้ ก็ให้ทานสังขยาฟักทอง
ปรากฎว่าชอบ อมไปสักพัก กลืนไม่ลง
แสดงว่าวันนี้ มีปัญหาเรื่องการกลืนกว่าทุกวัน
วันพรุ่งนี้
ต้องให้ทานข้าว ตั้งแต่หัววัน
ตอนที่ยังแจ่มใส ตอนที่สมองยังปลอดโปร่ง
ถ้าเบรอ ๆ จะมีปัญหาเรื่องทานข้าวทุกครั้งเลย

[คุณแม่ไม่อยากมีลูก]
สมัยนี้คุณแม่จำนวนไม่น้อย ไม่อยากมีลูก
สมัยนี้คนเราอายุยืน
ถ้าเราอายุยืน แล้วเจ็บป่วย
ถึงขั้นความจำเสื่อม เป็นพาร์กินสัน จำอะไรไม่ได้เลย
เป็นนู่น นั่น นี่อีกสารพัด
แล้วใครจะมาดูแล
นั่นเป็นคำถามที่ยากจะตอบสำหรับทุกคน
แม้จะเป็นคนที่มีลูกหลายคนก็ตาม
ดูหนังเรื่อง "พรจากฟ้า" ตอนที่สอง
ในชีวิตจริง คงไม่ใช่ทุกคน ที่จะโชคดีแบบคุณลุงคนนั้น
เดี๋ยวนี้มีข่าวเยอะเลยที่มีลูกเยอะ
แต่ลูกเยอะ เลี้ยงพ่อแม่คนเดียวไม่ได้
แล้วถ้าไม่มีลูกเลย
เกิดเจ็บป่วยในยามชราขึ้นมา จะทำอย่างไร
คำตอบมีหลากหลายครับ ทุกคนเลือกไม่เหมือนกัน