วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

ทำไมผมต้องล้ม (๑๔.)

เป็นวันที่ไปยินดีกับบัณฑิตใหม่ แต่ใจผมกลับเศร้า


[ทำไมใช้คำว่า ผมก็ล้ม]
มีเพื่อนทักว่า แม่ล้ม แล้วทำไมผมต้องล้ม
เพราะมีหลายวิธี
อันที่จริงก็คงมีหลายวิธีจริง ๆ นั่นหละ
แต่สำหรับกรณีของผมแล้ว
เหมือนจะมีตัวเลือกเดียวที่ดีที่สุด
คือ ผมต้องล้มตัวไปอยู่กับคุณแม่
แล้วคอยประคับประคอง ดูแล 24 ชั่วโมง
พยุงท่านให้ขึ้นมาจากความเจ็บป่วย
ให้ถอยห่างจากโอกาสติดเตียง

ทำให้ท่านอยู่อย่างมีความสุข
แม้ท่านจะจำผมไม่ได้ว่าเป็นลูกก็ตาม
แล้วผมก็คงเป็นตัวเลือกเดียวของท่านด้วย

[ล้มในความหมายของผม]
เอาเฉพาะเรื่องงานเลย
เพราะดูแลแม่ และดูแลงาน พร้อมกันไม่ได้ 
จึงต้องเลือก
แล้วผมก็ต้องเลือกแม่ ผมเลือกอย่างอื่นไม่ได้หรอก
เป็นเสาหลักของครอบครัว
ทันทีที่ออกงาน คือ ล้ม
จากนี้ก็ต้องพยุงครอบครัว พยุงแม่
พยุงตัวเองไม่ให้ล้มไปอีกคน
ให้ชีวิตค่อย ๆ เคลื่อนผ่านเวลา และโรคภัย
ไปได้อย่างราบรื่น
ใคร ๆ ก็ให้กำลังใจว่า ต้องทำใจ

[เหมือนดูแลลูกหัดเดิน]
การดูแลท่าน จะเหมือนดูแลเด็กเล็ก
ผมก็นึกย้อนไปว่า เหมือนดูแลลูกเล็ก ๆ
ที่กำลังหัดเดิน กำลังกิน และขับถ่าย
ท่านมี 3 อาการที่น่าห่วง
คือ การทรงตัว ระบบขับถ่าย ระบบกลืนอาหาร
ชอบแอบเดิน แต่ทรงตัวไม่อยู่ ต้องคอยจับไว้ตลอด
พอแอบเดินเองได้ ก็ดูท่าจะดีใจ ว่าทำเองได้แล้ว
แล้วก็แอบผุดลุกผุดนั่ง ระหว่างเก้าอี้บ่อยเลย
บางครั้งก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวตามอาการของโรค
แต่ยังไม่มาก สัก 2 - 3 วันจะมีสักครั้ง
และคิดถึงคนในอดีต ก็ต้องตามน้ำไปในแต่ละกรณี
ส่วนที่ท่านพูดในสิ่งที่ผมมองไม่เห็นจากสมองเสื่อมนั้น
ผมก็พอปรับตัวได้แล้ว



กลุ่มในเฟสบุ๊ค แบบสาธารณะ เกี่ยวกับผู้สูงอายุ
https://www.facebook.com/groups/olderperson/



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น