วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

มองคุณแม่วันนี้ เหมือนมองตนเองในอนาคต (๔๐.)

เป็นรูปที่ผมให้คุณแม่ดู
แต่คุณแม่ไม่ยอมรับ ท่านว่าไม่ใช่พ่อ เข้าใจผิดกันไปใหญ่
เพราะพ่อที่ท่านรู้จัก เดินไปเดิมมา คอยดูแลท่านอยู่ตลอดเวลา


[วันนี้]
วันนี้ เสาร์ 11 มีนาคม 2560
อาหารวันนี้ใช้ได้ คุณแม่ทานอิ่มทั้ง 3 มื้อ
เช้า สังขยาฟักทอง ทานได้เยอะ
บ่าย แกงเลียง กับข้าวหลาม
เย็น แกงผักเสี้ยว ใส่ไข่มดแดง กล้วยอีก 1 ลูก
ทุกมื้อปิดด้วยน้ำขิง กับเอ็นชัวร์
คุณแม่ซึมมาหลายวัน ไม่ค่อยพูด
วันนี้ทานข้าวได้ดีกว่าหลายวันที่ผ่านมา
แม้จะกิน 3 คำ แล้วลงกระเพาะ 1 คำ ที่เหลือคายก็ตาม
ตอนเย็นมีเรื่องให้ประหลาดใจ
หลังทานข้าวเสร็จ ก็นั่งฟัง คสช. จนง่วง
ท่านก็บอกว่าจะไปล่ะ 
ผมจะพาเข้าห้องนอน หรือห้องน้ำ
แต่ครั้งนี้ท่านบอกว่าไม่ใช่ 
แล้วก็มีสีหน้าแสดงความโกรธ
ผมหยุดนิดนึง ถามว่าจะไปไหน
ครั้งนี้ท่านแสดงความโกรธมากกว่าเดิม
ผมจึงต้องพาท่านนั่ง แล้วค่อย ๆ ถาม
ว่าไปไหน
แล้วท่านก็สงบลง
ยอมเข้าห้องนอนตามปกติ

[มองแม่ ก็เหมือนมองผมในอนาคต]
ถ้าผมโชคดี ผมก็จะอยู่ดูแลคุณแม่ไปตลอด
แต่ถ้าผมโชคไม่ดี ต้องจากคุณแม่ไปก่อนวัยอันควร
นั่นก็คงเป็นโชคร้าย ของผมและคุณแม่พร้อมกัน
คุณแม่คงมีผมตอนอายุ 27 ปี
ดังนั้นอีก 27 ปี ผมก็จะอายุเท่าคุณแม่
โบราณว่า
ลูกหลายคน เลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้
แต่แม่คนเดียว เลี้ยงลูกหลายคนได้
ในอนาคต 
ตัวผมเองก็อาจมีปัญหาเรื่องการได้รับการดูแลแบบนี้
หากต้องป่วยเป็นอัลไซเมอร์ 
คงลุ้นว่าลูกจะสะดวกที่ต้องดูแลผมรึเปล่า
การบันทึก และทำความเข้าใจ
ทำให้ได้ใช้เวลาคิด และวางแผนมาก ๆ
หากในอนาคต ผมต้องล้มป่วยลง จะต้องทำตัวอย่างไร
เพราะโรคนี้ในเครือญาติฝั่งคุณแม่
ก็ยังไม่มีใครเคยเป็น จึงไม่มีประสบการณ์ตรง
พอเป็นขึ้นมาก็ฉุกระหุกเหมือนกันครับ ไม่ทันตั้งตัว

[อายุ 75 ปี]
ก็ไม่รู้จะโชคดีขนาดนั้นรึเปล่า
ถ้าผมอายุยืนเท่าคุณแม่ในวันนี้
การดูแลตนเอง เดี๋ยวนี้สืบค้นได้ง่าย ผ่าน google
ว่าเป็นอะไร รักษาอย่างไร มีผลข้างเคียงหรือระยะไหน
เรียกว่ารักษาไปตามอาการ
ไม่ว่าจะเป็นหมอ หรือพยาบาล หรือตัวผม
เวลาล้มป่วยก็อาจไม่โชคดี อาจรักษาไม่หายไปซะทุกโรค
นั่นเป็นสัจธรรมของชีวิต
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
การนั่งมองคุณแม่ การบันทึกไว้ ทำให้ผมได้ทบทวน
ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร เคยทำอะไรในอดีตไว้บ้าง

คนเราลืมง่าย
ผ่านไปไม่กี่วันก็ลืมแล้ว ผมจึงต้องบันทึกไว้
ที่เขียน blog ทิ้งไว้ เพื่อให้ตัวผมกลับมาอ่านอีกครั้ง

เมื่อเวลาล่วงเลยไป
ก็จะได้รู้ว่าตนเอง ทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง
มีอะไรที่ต้องเตรียมพร้อม หรือเตรียมใจอย่างไร
นั่นก็คือเหตุผมหนึ่ง ที่บันทึกทิ้งไว้
เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ย้อนเวลาไม่ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น