วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

วันนี้จิตไม่เชื่อง จิตกับกายพอเสื่อมก็คุมกันไม่อยู่ล่ะ (๔๓.)

สติมา ปัญญาเกิด
สติเตลิด ว่าง ๆ ค่อยไปดึงกลับมา
ถ้ายังมีเวลา ไม่เตลิดไปไกลนัก


[จิตไม่เชื่อง]
วันนี้ ก็เช่นเดียวกับทุกวัน
ตื่นแต่ไก่โห่ หากาแฟดื่มแต่เช้า
เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า อาบน้ำ
จัดการตนเอง ก่อนมาดูแลคุณแม่
พอเสร็จกิจ ก็มานั่งสมาธิ รอคุณแม่ตื่น
วันนี้นั่งสมาธิ กายพร้อม ใจก็พร้อม
แต่พบว่าจิตไม่เหมือนเดิม
ปกติผมจะนั่งใน 4 ระดับ
เริ่มต้น ก็มองลมหายใจเข้าออกสัก 10 นาที
แล้วเริ่มมองการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะเอ็นดอร์ฟิน
จากนั้นก็พาจิตไปอยู่นิ่ง ๆ ที่ใดที่หนึ่ง
สุดท้ายก็ปล่อยให้จิตสงบ ว่างอยู่กับตัว เพราะจิตเชื่อง
แต่วันนี้จิตไม่เชื่อง และไม่นิ่ง
เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
ที่จิตไม่ยอมอยู่กับลมหายใจดี ๆ วิ่งไปนู่นมานี่
แปลกดีนะ ผมก็เลยปล่อยไป เลยตามเลย
จนกระทั่งคุณแม่เรียก จึงลุกออกมา

[จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว]
ตอนนี้ ผมยังแข็งแรง สุขภาพยังดี
ไม่เจ็บ ไม่ไข้ ณ วินาทีนี้นะ แต่วินาทีอื่นไม่แน่
เวลานั่งสมาธิ
ถ้ากายไม่พร้อม จิตก็เป็นนายไม่ได้
หลายคนบอกว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
แต่นึกถึงกรณีของคุณแม่แล้ว
ผมว่า "ถ้าความรู้สึกนึกคิด คือ จิต"
ตอนกายป่วย เป็นอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อม
จนจำเหตุการณ์ จำพฤติกรรม จำผู้คนไม่ได้
ก็คงจะจำการควบคุมจิตไม่ได้ จิตที่เคยคุมกาย
ก็จะกลายเป็นกายที่คุมจิต
ซึ่งกายคุมจิตมาแต่ไหนแต่ไร
ตั้งแต่เกิดแล้ว เราพึ่งจะมาฝึกให้จิตคุมกาย
ก็ตอนที่ฝึก ไม่ฝึก ก็ไม่คุม ปล่อยเลยตามเลย
ฝึกแล้ว ก็ยังคุมกายได้ยาก
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ได้ไม่ตลอดเวลา
ปวดหัว เป็นลม เป็นลืมขึ้นมา จิตก็คุมกายยากล่ะ

[ถ้าผมบวช]
คิดเฉย ๆ จิตตนาการไปเรื่อย ๆ
ว่า ถ้า[ผม]บวชตอนอายุมาก แล้วปฏิบัติเยอะ สม่ำเสมอ
จนถึงขั้น ชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ
พออายุ 75 ปี แล้วความจำเสื่อม
สมองเสื่อมจะย้อนเวลา ว่าตอนนั้น อายุ 25 ปี

คิดว่าไม่เคยบวช ไม่เคยเป็นพระ ไม่เคยมีครอบครัว
ไม่เคยสนใจเรื่องนั่งสมาธิ ไม่เคยชำนาญเรื่องคุมจิต
นั่นคือ จิตคุมกายไม่ได้ และ กายคุมจิตโดยสิ้นเชิง
คิดแล้วเป็นทุกข์ กลับสู่การไม่คิดดีกว่า
ปล่อยจิตให้อยู่กับความนิ่ง ความว่างต่อไป น่าจะดี
ไม่คิดเรื่องทุกข์ ก็จะไม่เป็นทุกข์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น