วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

อาการของคุณแม่ดีขึ้น (๔๙.)

ทานยำวุ้นเส้นทะเล ที่โลตัส คุณแม่พอทานได้


[คุยการกิน การขับถ่ายได้ ก็สบายใจ]
อาการโดยรวม ทางร่างกายภายนอกดีขึ้นมาก
คุณแม่สามารถเดินเองได้ในระยะใกล้ ๆ
เดินเองได้ในห้องน้ำช่วงกลางวัน
เพราะที่เกาะเยอะ
ท่านไม่ยอมให้ผมเข้าไปช่วยในห้องน้ำ
อยากช่วยเหลือตนเองตลอด
แม้จะเซล้มบ้าง โชคดีทุกครั้งที่ไม่มีอะไรหัก
การขยับร่างกาย ดีขึ้นกว่าช่วงก่อน
หลายวันที่ผ่านมาไม่มีคายอาหารเลย
ทานได้หมด เลือกน้อยลง
เพราะเอาผัดผักให้ และท่านบอกโอเค
ท่านก็ทานได้ เช่น ถั่วงอก หรือดอกกระหล่ำ
แต่ก็มีข้าวเพียง 2 ช้อน ส่วนอีกครึ่งเป็นผลไม้
ทานขับถ่ายมีมะขามแขกจะให้ทุก 3 วัน 4 เม็ด
ถ้าให้ก่อนนอน จะดีกว่าให้ตอนเช้า
เพราะฤทธิ์ของยาจะไปออกตอนกลางวัน

[ความทรงจำหายไป]
เช็คเรื่องความจำตลอด
ระยะหลังท่านจำผมไม่ได้
จึงจำครอบครัวของผมไม่ได้เลย
จำไม่ได้ว่า พ่อของผม กับ แม่ของคุณแม่เสียชีวิตไปนับสิบปี
ถามหา และอยากติดต่อเสมอ
ถ้าบอกความจริงก็จะโกรธ หาว่าโกหก
ตอนหลังมา ก็เออออห่อหมกไปกับคุณแม่
หรือเปลี่ยนเรื่องคุย เช่นเล่าอาการเจ็บป่วย
คุณแม่ก็จะลืมเรื่องที่คาใจไปได้ระยะหนึ่ง
แล้วคุณแม่ก็คิดว่าอายุยังไม่มากนัก
รักสวย รักงาม เหมือนตนอสาว ๆ

[สระผมเอง]
สัปดาห์ที่แล้ว
คุณแม่มีความทรงจำว่าต้องให้ร้านเสริมสวยสระให้
วันนี้ คุณแม่ขอสระเอง สระที่อ่างล้างหน้า
ถือเป็นครั้งแรก ในการสระผมวิธีนี้
ก็ลุ้นว่าครั้งต่อไป จะเลือกวิธีไหน
เพราะที่ผ่านมา
ป้าไผแก้ว ร้านเสริมสวย ก็แนะนำให้สระเอง
เดินทางไปมาก็ลำบาก
และการสระผมก็ไม่ยากนัก ทำได้

[การสั่นมีมากขึ้น]
ระยะนี้ ขาคุณแม่สั่นบ้าง บางทีก็สั่นครึ่งตัว
แต่ไม่มาก ที่ทราบก็ประมาณ 3 - 4 ครั้งต่อวัน
หลังทานยาคุมพาร์กินสันก่อนอาหาร
อาการยังไม่เกิด จะเกิดหลังทานยาแล้วหลายชั่วโมง
ก็ติดตามอาการนี้ไปเรื่อย ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

กินอิ่ม นอนหลับ ขับถ่ายสะดวก (๔๘.)

นี่ก็ย่างเข้าเดือนที่หก
พึ่งจะลงตัวในการดูแล 3 เรื่องหลักของคุณแม่

อาหารเย็น ในเย็นวันหนึ่ง
ช่วงฤดูร้อน ที่ร้อนสุด ๆ


[กินอิ่ม]
คุณแม่ทานได้เฉพาะของที่ชอบ กับคนที่ใช่
อะไรที่ให้แล้วไม่ทาน แสดงว่าไม่ชอบ
อาหารคาวก็มี
ข้าวผัด กุงเชียง ไข่เค็ม ปลากรอบ
ปลาทู ชะอมทอดไข่ น้ำพริกกะปิ โจ๊ก
นอกนั้นก็นึกไม่ค่อยออกว่าชอบทานอะไร
แต่ผลไม้ กับขนมทานได้หมด
ทำให้การเตรียมอาหาร ก็ต้องเสิร์ฟหลายอย่างพร้อมกัน
โดยปิดท้ายด้วย ensure คือ อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ
ผลไม้ก็พยายามหาที่มีไฟเบอร์เยอะ ตามฤดูกาล
เช่น สับปะรด ส้มโอ กล้วย ส้ม มัน ฟักทอง แอปเปิ้ล
ผลคือ คายอาหารระหว่างทานลดลงมาก

[นอนหลับ]
มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
คุณแม่เวียนศีรษะ ทานข้าวไม่ได้ ไปหาหมอ
คุณพยาบาลแนะนำว่าให้นอนดึก
ผมก็ปรับพฤติกรรม คุยกับคุณแม่ ก็ต้องคุยกันบ่อย
ให้นอน 3 ทุ่ม สองทุ่มกว่าก็ทานยาก่อนนอน
เพราะ 6 โมงเย็น แม่ก็อยากเดินเข้าไปหลับแล้ว
พอคุยเข้าใจท่านก็จะยอมมานั่งดูทีวี
แต่ต้องนั่งเฝ้า
ไม่อย่างนั้นก็จะงัวเงียเดินเข้าไปหลับอยู่เรื่อย
บางครั้งเผลอ ท่านก็เดินเข้าไปล้มบนที่นอน
ก็ต้องนั่งเฝ้า และบอกท่านว่านอนดึกเพื่อสุขภาพ
สมองจะได้พักผ่อน ไม่อ่อนล้าในตอนกลางวัน
ผลการนอน 3 ทุ่มน่าประทับใจ
ท่านตื่นนอนกลางดึกน้อยลงมาก
บางวันก็ลวดเดียว ถึงเช้าเลย

[ขับถ่ายสะดวก]
ล่าสุด ไม่ถ่าย 10 วัน
ใช้ทั้งมะขามแขก และสวนทวาร
คุณหมอให้ ยาแลคตูโลส หรือ แลคทูโลส (Laevolac)
ทาน 2 ช้อนโต๊ะ และซ้ำอีก 1 ช้อนโต๊ะ
ที่ค้างไว้ 10 วันออกหมดเลย หลังทาน 4 ชั่วโมง
พอออกมาเที่ยวนี้แล้ว โล่งใจ
ผมก็ตั้งใจเพิ่มมะขามแขก
จาก 2 เม็ดเป็น 4 เม็ด และเพิ่มน้ำ เพิ่มกากเยอะ ๆ
เพราะรอบที่แล้วให้ 2 เม็ด ทานต่อกัน 4 วัน
บวกสวนทวาร หลายวัน แต่ไม่เห็นผล
ถ้าให้ 4 เม็ด แล้วไม่เห็นผล
คงต้องให้ยาแลคตูโลส แบบที่หมอให้
แต่ทาน 2 ช้อนโต๊ะนี่ ขวดหนึ่งก็ทานได้ไม่กี่ครั้ง
เห็นประสิทธิภาพของการแก้ท้องผูกแล้ว
รู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน
ที่รู้ คือ ต่อไปมียาที่ใช้สู่กับท้องผูกอย่างได้ผลแล้ว

ยาแก้ท้องผูกขั้นเทพ เมื่อทาน 2 ช้อนโต๊ะ
ผมว่าได้ผลกว่ามะขามแขก 2 เม็ด แน่นอน


วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

รักแม่ต้องไม่ตามใจ ห้ามนอนแต่หัววัน (๔๗.)

ชวนคุยจนเหนื่อย ในที่สุดคุณแม่ก็นั่งหลับ


[เวียนหัว อาเจียน]
มีอยู่วันหนึ่ง คุณแม่ตื่นเช้ามาก็ปกติ
ทานข้าวไปได้ 3 คำ
คายทุกคำ แล้วหยุดทานเลยในมื้อนั้น
หยุดทุกอย่าง แม้แต่นม
จากนั้นคุณแม่ก็บอกว่า
ในคอสั่น แล้วก็หยุด
แขนขวาทั้งแขนกระตุกให้เห็นชัด
ซึ่งเป็นอาการของพาร์กินสัน
ที่ส่อออกมาให้เห็นได้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง
จากนั้นก็เริ่มอวกน้ำลาย สลับกับฟลุบนอน
ก็ให้นอนที่โต๊ะอาหารเลย หนุนหมอนฟลุบกับโต๊ะ
เพราะคุณแม่อวกเกือบตลอด ทุก 5 นาทีแล้วหยุด
ความถี่ดีขึ้น ทิ้งระยะห่างแต่ละครั้งนานขึ้น
อาการแบบนี้ เคยเป็นประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วหยุด
แต่ครั้งนี้เป็นนาน จนไม่สามารถทานข้าวเที่ยงได้
กว่าจะฟื้นตัวก็บ่าย 2
ถึงจะเริ่มทานอะไรได้ปกติ
ก็เริ่มจากแตงโมแสนอร่อย

[ขอยาหมอ]
จากการเจ็บป่วย
จึงไปโรงพยาบาล เพื่อขอยากันเวียนหัว กับอาเจียน
เพราะยาอื่นมีแล้ว ทานตลอดในการควบคุมของหมอ
แล้วก็ขอหนังสือรับรองผู้พิการด้วย ก่อนไป พมจ.
เพื่อขอบัตรผู้พิการ และใช้สิทธิผู้พิการต่อไป
คุณหมอให้ยามา 2 รายการตามที่ร้องขอ
ต่อไปเวลาเวียนหัว ก็จะได้กิน
เพราะอวกนาน ๆ แล้วไม่ดีเลย
การรับรองผู้พิการ ก็ติดต่อห้องกายภาพ
คุณพยาบาลแนะนำดี อำนวยความสะดวก
จนได้ใบรับรองผู้พิการมาเรียบร้อย

[อย่าตามใจคุณแม่]
คุณพยาบาลที่โรงพยาบาลเกาะคา
แนะนำดีมาก ละเอียดยิบ เหมือนอยู่ในเหตุการณ์
ทำให้ผมเห็นภาพ มั่นใจที่จะไปควบคุมคุณแม่ได้
ปกติตามใจคุณแม่ จะให้นอนแต่หัววัน ก็ราว 18.00น.
แล้วคุณแม่ก็จะเรียกลุกเข้าห้องน้ำ
เกือบทุก 2 ชั่วโมง
ก่อนมืด กับก่อนแจ้ง ก็จะถี่หน่อย
คุณพยาบาลบอกว่า ที่เล่ามา นอนเร็วไป
น่าจะนอนจริงราว 3 - 4 ทุ่ม
จะได้ไปตื่นตอนเช้า
เพราะนอนเร็ว ก็จะตื่นดึกในขณะที่ทุกคนหลับ
ถ้านอนเร็ว ก็จะหลับแป๊ปเดียว กลางคืนก็ไม่นอน
ทำให้สมองไม่ได้พัก และคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้
คิดฟุ้งซ่าน
เก็บคำพูดคนอื่นมาเป็นเรื่องตัวเองได้
อาจทำให้เวียนหัวตอนกลางวัน และอาเจียน
พฤติกรรมที่ถูกต้องในช่วงต่อไป
คือ ต้องคุยกับแม่ช่วงเย็น ไม่ยอมให้เข้านอนเร็ว
ช่วงแรกนี้ ปล่อยให้ท่านหลับบนรถเข็นไปก่อน
เพราะเปลี่ยนทันทีก็ไม่ดี ต้องค่อยเป็นค่อยไป
โชคดีที่ท่านฟังเหตุผล และไม่ดื้อ
ต่อไปท่านก็จะชินกับการหลับดึกขึ้น
ทำให้หลับในเวลากลางคืนได้เป็นเวลานานขึ้น
ในขณะที่ปรับการหลับดีขึ้นนี้
พาร์กินสันก็มาเร็ว วันนี้กลางวันท่านก็สั่นให้เห็นชัด
สั่นไปทั้งตัว ไม่ได้สั่นเฉพาะจุด
สั่นเสร็จคุณแม่ก็บอกว่ากลัว
ก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไร คุณหมอกำลังรักษา
เพราะได้ยามากินหลายเม็ด เกือบ 2 ปีแล้ว
พรุ่งนี้ก็คงต้องสังเกตใกล้ชิดต่อไป

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

คุณแม่หลายโหมด (๔๖.)

อาหารของมายมัม


[มีเพื่อน/ญาติมาเยี่ยม]
ถ้าเป็นญาติที่คุณแม่รู้จักในอดีต
และชวนคุณแม่คุยเก่ง ๆ มาเยี่ยมถึงเรือนชาน
คุณแม่จะเข้าโหมด Active
คือ พูดคุยโต้ตอบเหมือนปกติ
ไม่แสดงอาการป่วย ไม่มีง่วงซึมให้เห็น
จำอะไรได้มากมาย โดยเฉพาะญาติในอดีต
ส่วนบางครั้ง
ซึ่งเป็นได้ทั้งช่วงกลางวัน หรือกลางคืน
เมื่อคุณแม่จะนึกเรื่องอะไรขึ้นมา ที่เป็นปัญหา สักเรื่อง
ที่ห่วง กังวลเป็นพิเศษ จะเข้าโหมด High Active
ก็จะแสดงออกทางสายตา ทำตาโต กว่าปกติเยอะ
ซึ่งที่ผ่านมา เวลาเข้าสู่โหมดนี้
แล้วผมตอบปัญหาได้ เฉไฉ เปลี่ยนเรื่องได้สำเร็จ
คุณแม่ก็จะกลับเข้าสู่โหมด Normal
คือ รู้สึกเฉย ๆ ไปถึงปกติ
เหมือนตอนนั่งดูทีวี หรือชมนกชมไม้

[ง่วงซึม]
ปกติแล้ว ผมจะปล่อยให้คุณแม่ตัดสินใจในทุกเรื่อง
ตามใจตลอด
จะลุก จะนั่ง จะกิน จะเดิน จะนอน ก็แล้วแต่เลย
เพราะขัดใจไม่ได้
คุณแม่ไม่ค่อยฟังเหตุฟังผล ไม่ยอมท่าเดียว
แต่บางเรื่องก็ต้องขัดใจ
เช่น อยากไปในที่สถานที่ในอดีต แต่ไม่มีในปัจจุบัน
อยากพบคนที่จากไปนานแล้ว หรือ หาของที่ไม่มีมาก่อน
เมื่อไม่ได้อย่างใจ คุณแม่จะเข้าโหมด Sleepy
ที่สลับไปมาระหว่าง Normal กับ Sleepy ในช่วงกลางวัน
ถ้าเข้าโหมดนี้ถึงระดับหนึ่ง
ก็จะพาไปนอน ซึ่งท่านก็จะเป็นคนตัดสินใจเอง
อยู่ ๆ พาไปนอนก็ไม่ยอม
หลัง ๆ ท่านชอบนั่งอยู่ในครัว บางทีก็นั่งหลับในครัว
ในครัว คือ ห้องทานอาหาร ทานเสร็จก็นั่งต่อเลย
คงเพราะผมบอกท่านว่าเข้าครัว ไปเตรียมอาหาร
ระยะหลัง
คุณแม่ชอบจะนั่งในครัว หลังทานอาหารเสร็จ

[ช่วยตัวเองได้ กับไม่ได้]
ในบางเวลาที่อยู่ในโหมด Active
ท่านจะช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง เดินระยะสั้นได้
แต่ก็เป็นเวลาสั้นเท่านั้น และชอบแอบทำ
หรือทำไปโดยไม่รู้ตัว ทำแบบใจลอย
เช่น นั่งรถเข็นในครัว ผุดลุก ผุดนั่งจะเดินเข้าบ้าน
ทั้งที่ผมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ พอถามว่าจะไปไหน
คุณแม่บอก จะไปห้องน้ำ ก็ให้นั่งรถเข็น แล้วพาเข้าบ้าน
หากไม่ทักก็จะเดินใจลอยเข้าไปในบ้านคนเดียว
ลืมผมนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว
ถ้าปล่อยท่านไป ก็จะเดินโซเซ ซึ่งล้มได้ทุกเวลาเหมือนกัน
ถ้าเข้าโหมด Sleepy มีปัญหาการทรงตัว
ไม่กังวลเรื่องเดินโซเซ ไม่กลัวเซล้ม
เดินไปตามใจสั่ง ที่เรียกว่า ใจลอย เกิดขึ้นบ่อย
ส่วนใหญ่ระยะหลังคุณแม่เริ่มดูแลตัวเองได้ดีขึ้น
ขัดขืน เพื่อจะทำเอง มีความอยากหายเป็นทุน
เข้าสู่โหมด Normal นานกว่าแต่ก่อน
แต่ตอนกลางคืน ช่วงตื่นเข้าห้องน้ำ
มักอยู่ในโหมด High Sleepy
ตอนพยุงเข้าห้องน้ำ ขาก็จะไม่มีแรง ทรงตัวแทบไม่อยู่
บางครั้งก็สั่นไปทั้งตัว จากพาร์กินสัน
แต่อาการสั่นมีไม่บ่อยนัก
ตอนกลางวันจะไม่มีอาการสั่นให้เห็น
ที่เห็น คือ ควบคุมการกลืนน้ำลายไม่ได้
กลางวันเคยกลืนน้ำลายได้ตลอด
รับยาไป 3 เวลา ทำให้กลืนน้ำลายกลางวันดีกว่า
ตื่นนอนใหม่ก็ไม่สั่น มีอาการที่ค้างอยู่ คือ ง่วงซึม
การง่วงซึมในช่วงเช้ามีผลต่อการกลืนอาหาร
ซึ่งข้าวเช้าเป็นมื้อที่หนักใจที่สุด
เนื่องจากกลืนได้ไม่ดี แต่ก็ไม่เคยสำลัก
เหมือนพาร์กินสัน กับอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นทีละน้อย

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

สุขภาพจิตผู้ดูแลก็น่าห่วง (๔๕.)

วันเซ็งเม้ง

[ผู้ใหญ่ให้ข้อคิด]
มีโอกาสพบหมอเพชรินทร์
ท่านให้ข้อคิดไว้หลายเรื่อง
โดยเฉพาะความห่วงใย
ที่มีต่อผู้ดูแล
เพราะล้มคนหนึ่งก็ล้มกันหมด
แล้ววันนี้อาตา ลูกป้าศรี
พาป้าศรีมาเยี่ยมที่บ้าน ขอบคุญมาก ๆ
อาตา ท่านเป็นอาจารย์สอนพยาบาล
ก็แนะนำว่าผู้ดูแลก็เครียดได้
ต้องหาเวลาพัก ผ่อนคลายบ้าง
อาจอาทิตย์ละครั้ง
เพราะอาจไประบายกับคนป่วยได้
และแนะนำเรื่องคุณหมอในลำปาง
ผมก็ดูแลจิตตนเองด้วยการนั่งสมาธิ
อ่านหนังสือธรรมะ
พิจารณาดูโรคของพระเกจิ
ว่า แต่ละรูปละสังขารด้วยโรคใด
ก็ทำให้เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น
พรุ่งนี้
อาต๋อยก็จะพาป้าวรรณมาเยี่ยม
และเป็นวันเช็งเม้ง ที่ผมคงไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมเช่นทุกปี

[เดินออกบ้าน] 
อาตา แนะนำให้ระวังพฤติกรรมของคุณแม่
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อาจเดินออกบ้านเอง
คุณแม่ของผมก็เคยเดินออกบ้านเองมาแล้วครับ
ตอนนั้นน้อยใจ มีปัจจัยที่ผมคุมไม่ได้
ท่านก็คิดเยอะ เป็นภาพจินตนาการของท่าน
จบด้วยการเดินไปพึ่งเพื่อนบ้าน
แต่ผมเดินประกบ ป้องกันท่านเดินเซล้ม
ปัญหาเกิดจากจินตนาการที่มีทุกวัน
ใหม่บ้าง เก่าบ้าง พฤติกรรมก็เปลี่ยน
จินตนาการยังไม่มากจนเกินควบคุม
โชคดีว่า ไม่มีอารมณ์ และยังฟังเหตุฟังผลอยู่
ทุกวันนี้ต้องดูแลจินตนาการของคุณแม่อย่างใกล้ชิด
อาตา ถามว่า จะมาเยี่ยมอีกได้ไหม
ผมก็ตอบว่าได้
ใครก็มาเยี่ยมบ่อย ๆ ได้ มักเป็นผลดีมากกว่า
เพราะผมพาแม่ออกบ้านทีไร
สติของคุณแม่ก็จะแข็งแรง
แม้แลกด้วยจินตนาการใหม่
ผมก็ว่าคุ้มนะ

[พฤติกรรมเปลี่ยน]
ขาของคุณแม่ไม่แข็งแรง
ความจำเสื่อม และกล้ามเนื้อมีปัญหา
จากพาร์กินสัน
ปัญหาสมองดูทรง ๆ ไม่ทรุดเยอะ
ในส่วนของขาดีขึ้น
จากการดูแลมาเกือบ 5 เดือน
พฤติกรรมท่านเปลี่ยนตลอด
ตอนนี้จะเน้นนั่งในครัว
หรือหน้าห้องครัว รับอากาศถ่ายเท
ง่วงก็นั่งหลับ
บางทีเข้าห้องน้ำเสร็จ
ก็ขอกลับไปนั่งในครัวที่ทานอาหาร
นาน ๆ ทีถึงจะมานั่งในบ้าน
หรือเข้าห้องนอน ก็น้อยกว่าแต่ก่อน
และเปลี่ยนสถานที่เร็ว
คือ เบื่ออยู่ที่เดิม ก็ขอไปอยู่อีกที่
เปลี่ยนบ่อยครับ ผมก็ตามใจ ไม่เคยขัด
พักหลังผมก็เริ่มติดมือถือซะแล้ว
เพราะหาเวลาแตะคอมพิวเตอร์ได้น้อย
บทความนี้ก็เขียนบนมือถือ