วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เลี้ยงด้วยไม้เลว/ไม้เรียวของแม่ - เล่าเรื่องคุณแม่ ให้คุณแม่ฟัง #6 (๖๑.)


ไม้เรียวของคุณแม่ ก็เหมือนคฑาวิเศษ คอยชี้ทางให้ผม ไม่หลงทาง

ไม้เลวยาวเมตรกว่า ๆ ของคุณแม่ไม่เคยหายไปไหน มันยังอยู่ในใจของผมตลอดมา และตลอดไป


[ไม้เลว]
ที่บ้านผึ้ง เป็นบ้านหลังใหญ่
ช่วงหลังนี่ คุณน้าย้ายออกไปมีครอบครัวกัน
ในบ้านจะมีคุณแม่เป็นพี่ใหญ่ น้าปุ๊เป็นน้องเล็ก
มีคุณยายปัน และผมเป็นเด็กคนเดียวในบ้าน
ตอนเด็กแอบคิดว่า เราคงเป็นเด็กเลว
โดนไม้เลวตีเป็นประจำเลย
ทำการบ้านไม่ได้ ก็โดนตี
ทำของตกหล่นเสียหาย ก็โดนตี
ทำอะไรไม่ได้อย่างใจ ก็โดนตี
ไปเที่ยวค่ำมืดดึกดื่นหน่อย ก็โดนลากคอกลับมาตีที่บ้าน
คุณแม่เป็นคนออก "ธำรงวินัย" ประจำบ้าน
คุณแม่เค้าตีลูกไม่เหมือนคุณครูนะครับ
เพราะคุณครูตีเด็ก จะมีเด็กหลายคนมารับไม้เลว
แต่คุณแม่ตีผม ก็จะมีผมคนเดียวคอยรับไม้เลว
แล้วตีไม่เป็นจังหวะด้วย ออกแนวรัว ๆ หน่อย
คุณครูตี ก็จะเป็นจังหวะ ให้หยุดหายใจหายคอ

[ตอนถูกตี]
ผมรู้ว่าที่ถูกตี เพราะผมทำผิดอะไรสักอย่าง
อย่างที่บอกว่าคุณแม่มี ธำรงวินัย ของท่าน
ท่องศัพท์ไม่จำ
อ่านหนังสือไม่ออก
คิดเลขไม่ได้
เอาหละ วันไหนคุณแม่สอน แล้วไม่ได้อย่างใจ
ผมก็จะโดนลงทัณฑ์
จำได้ว่าคุณน้า กับคุณยายจะคอยปกป้อง
คุณแม่ตีมา ก็เหวี่ยงเอาเหวี่ยงเอา
โดยคุณน้า กับคุณยายบ่อย ๆ
คำว่า "พอแล้ว" จากปากคุณน้า เหมือนเสียงสวรรค์
และเสียงนั้นจะได้ยินหลังผมโดนไปแล้วหลายป๊าบ
ในความทรงจำของผม
จำได้ว่าคุณแม่ไม่ตีผมต่อหน้าคุณพ่อ
สงสัยผมจะเป็นเด็กดี ตอนอยู่ต่อหน้าคุณพ่อเสมอ
ทำให้รู้สึกว่า คุณพ่อเสมือนเทวดาของผม

[ไม้เลว]
ไม้เลวอยู่บนหลังตู้
ตานวล เป็นน้องของยายปัน ท่านชอบมาที่บ้าน
ปะลองหมากฮอสกับผมเสมอ แพ้บ้าง ชนะบ้าง
จำได้ว่า ตานวลเป็นคนเตรียมไม้เลวไว้ให้คุณแม่
เป็นไม้ไผ่ที่เหลาเอาเสี้ยนออกแล้ว
หรือไม้หวาย เพราะตีแล้วไม่หัก
ข้อดีของไม้แต่ละแบบต่างกันไป
ถ้าใช้ไม้ไผ่ เวลาตีแล้วแตก หรือหัก
คุณแม่จะหยุดตี คงรู้ว่าเป็นอันตราย
แต่ถ้าใช้ไม้หวาย เนื้อตัว แข้งขา
จะมีนายแดงนูนขึ้น เหมือนในข่าวนั่นหละครับ
คุณน้า คุณยาย ก็จะมาปฐมพยาบาล
เอายาหม่อง หรืออะไรที่ใช้สมานแผลโดนตีมาทาให้
ที่รู้ว่าไม้อยู่บนหลังตู้ และใช้ไม้อะไร
เพราะผมแอบปีนตู้ แล้วเอาไม้ไปเล่น
เป็นจอบดาบที่ชื่อ ฮุ้นปวยเอียง หรือ เอี้ยก้วย หรือ ยาจกซู
ก็แล้วแต่จินตนาการจะพาไป
เล่นเสร็จก็จะเอาไปซ่อน ไม่ให้แม่เอามาตี
หลายครั้งพอจะตี
แต่แม่ไปหาไม้ไม่พบ แล้วผมก็รอด อิอิ

[ติดนิสัยตีเด็ก]
ผมชอบตีเด็กนักศึกษา
คงติดมาจากคุณแม่ที่ตีผมมาแต่เล็กแต่น้อย
แต่การตี ณ วันนี้ ได้เปลี่ยนไปในทัศนคติของผม
เปลี่ยนการตีเป็นการลงทัณฑ์ด้วยการหักคะแนนนักศึกษา
และย้ำว่าคะแนนที่ลดลง ทำให้เข้าไปไม่ถึงเกรด A ที่ฝันไว้
แต่ผมใช้การว่ากล่าวนักศึกษา เน้นการยกตัวอย่าง idol แทน
เพราะการทำร้ายนักศึกษาด้วยคำพูด
จะเจ็บลึกกว่าตีด้วยไม้เลว และไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับการลงทัณฑ์
การตีของคุณแม่ หรือสาเหตุที่คุณแม่ตีผม
เพราะผมทำผิดกฎ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ออกนอกลู่นอกทาง
หรือเหตุด้วยประการทั้งปวงตามที่คุณแม่จะกำหนด
จนคำว่า กฎ กลายเป็นอะไรที่ผมคุ้นชิน
เสพติดกฎ ว่าเป็นสิ่งที่ต้อง(ไม่)ปฏิบัติ บิดพริ้วไม่ได้เป็นอันขาด
เมื่อใดทำผิดกฎ ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความเสี่ยง
เสี่ยงที่จะต้องถูกลงทัณฑ์ และผมจำการลงทัณฑ์ได้ดีว่าเจ็บปวด
จึงกลายเป็นนิสัยติดตัว ที่ไม่ชอบทำผิดกฎ
เห็นไฟแดงก็ไม่ฝ่า กลัวฝ่าไม่พ้น
เห็นสุราก็ไม่กล้าดื่ม กลัวผิดศีล เดี๋ยวจะตายเร็วไปซะ
เห็นบุหรีก็เดินหนีเลย กลัวปอดไม่สวย
ทุกวันนี้ก็ลุ้นว่า DNA ของผมจะดั้นด้นไปถึง 60 ขวบรึเปล่า
รอลุ้นกันไป ก็คงอีกไม่นานเกินลืม วันนั้นก็ต้องมาถึง
สรุปว่า ขอบคุณไม้เลว ขอบคุณคุณแม่
ไม้เลวยาวเมตรกว่า ๆ ของคุณแม่
ไม่เคยหายไปไหน 
มันยังอยู่ในใจของผมตลอดมา และตลอดไป
อีกนัยหนึ่ง 
ไม้เรียวของคุณแม่ ก็เหมือนคฑาวิเศษ คอยชี้ทางให้ผม
ไม้เลวอันนั้น คือ ไม้เลวที่ทำให้ผมใส่ใจกับกฎ กติกา มารยาท
และอีกซะป๊ะซะเปด ที่จะต้องปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติ
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงทัณฑ์ ด้วยไม้เลวที่แสนน่ากลัว
ชีวิตผมที่คุณแม่เลี้ยงดูมา มาได้ถึงเพียงนี้ก็พอใจอย่างที่สุดแล้วครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น