วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สวนดอกไม้ของแม่ - เล่าเรื่องคุณแม่ ให้คุณแม่ฟัง #7 (๖๒.)

ถ่ายภาพกับคุณน้า เรือนชานที่บ้าน ตอนนี้โตล่ะ  


[คุณแม่เหมือนต้นไม้]
ตัวผมก็เหมือนต้นไม้ที่คุณแม่ปลูก
ตอนนี้ต้นก็โต ดอกก็บาน จนใกล้ร่วงแล้ว
มีเมล็ด มีเกษร โบยบินไปออกต้นใหม่แล้ว
ดอกในต้นแอบร่วงไปแล้วหลายดอก หลายกลีบแล้ว
ส่วนคุณแม่ก็เหมือนต้นไม้เช่นกัน
ดูเหมือนกลีบดอกร่วงไปหลายดอก หลายกลีบแล้ว เยอะด้วย
เหมือนต้นซากุระที่ญี่ปุ่น ร่วง 5 เซนติเมตรต่อวินาที
เมื่อมองย้อนกลับไป
ในช่วงที่ผมยังเป็นต้นไม้ต้นเล็กของคุณแม่
ในช่วงลูกผีลูกคน จะรอดแหล่ มิรอดแหล่ เพราะเจ็บป่วยประจำ
ตอนนั้นผมก็เห็นคุณแม่ปลูกต้นไม้
มีแปลงดอกกุหลาบที่หน้าบ้าน ยังติดตาผมอยู่เลย

ชวนคุณแม่ถ่ายภาพกับดอกไม้ที่ร้านอาหาร

[แปลงดอกกุหลาบ]
ในสวนหลังบ้านจะมีไม้ผล
แต่หน้าบ้านจะมีแปลงดอกกุหลาบ
คุณแม่ปลูกไว้หลายแปลง
เหมือนปลูกประชัน กับสวนกุหลาบใหญ่ที่อยู่บ้านตรงข้าม
บ้านนั้นมีตัง เค้ามีสวนดอกกุหลาบ สวนสัตว์ และอีกมากมาย
ทุกเช้าตอนตี 5
จะเห็นคุณยายท่านหนึ่ง เดินออกมาจากซอยนั้น
หิ้วคุหิ้วของใส่ดอกกุหลาบจนเต็ม ไปขายในตัวเมือง
มีรถสี่ล้อเจ้าประจำมารับ
แล้วเดินทางไกลออกไปถึง 16 กิโลเมตร
เพราะทุกเช้าจะตัดดอกกุหลาบจากในสวน
ที่อยู่ตรงข้ามบ้านเรา มีรั้วรอบขอบชิดเป็นสังกะสีสูงท่วมหัวผม
ออกไปขายทุกวัน ในฤดูที่ดอกเบ่งบาน
ชักเล่าไปไกลล่ะ
กลับมาเล่าเรื่องที่บ้านของคุณแม่ดีกว่า
ที่บ้าน จะมีแปลงกุหลาบประมาณ 4 แถว ราว ๆ นั้น
แต่ละแปลงก็มีต้นกุหลาบอยู่หลายต้น
ปลูกกันเป็นงานอดิเรก เอางาม ไม่ได้ปลูกแบบมืออาชีพเขา
จำได้ เพราะตอนเด็ก เช้ามืด ผมชอบแอบไปยืนฉี่ที่ต้นกุหลาบ
ห้องน้ำก็อยู่ไกล ฉี่เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ล่ะกัน คิดบวกไว้ก่อน
ออกไปก็กลัวผี แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ ปวดฉี่นี่ครับ

คุณแม่กับน้าตี (อัลบั้ม ปู่เก๋)


[เรือนกล้วยไม้]
สงสัยสมัยนั้น คุณแม่คงจะว่าง
ไฟฟ้าก็พึ่งเข้าบ้าน มีไฟส่องสว่าง แทนตะเกียงน้ำมัน
ทีวีก็พึ่งซื้อได้ไม่นาน
ไอ้มดแดง อิงคิวซัง ซามูไรพ่อลูกอ่อน ก็คงไม่ดู
เห็นดูแต่ดาวพระศุกร์ กระบี่ไร้เทียมทาน หรือละครน้ำเน่า
เช้ามา เย็นมา หรือสุดสัปดาห์ ก็ไปดูแลกล้วยไม้
คุณแม่ทำเรือนกล้วยไม้ขนาดกว้างยาว 6 เมตร
พึ่งรื้อไปได้ไม่นาน ตอนนี้เห็นแก้วมังกรขึ้นอยู่แถวนั้น
ในเรือนกล้วยไม้จะมีกล้วยไม้เกาะกับกาบมะพร้าว
ห้อยจากหลังคาระแนงไม้ เรียงกันเต็มไปหมด
ที่พื้นดินก็ยกขึ้นสูง ด้วยการหาท่อนไม้มาวาง
แล้ววางกระถางต้นไม้นานาพันธ์บนท่อนไม้
มีอิฐวางไปตามทางเดิน จะได้ไม่เฉาะแฉะเวลารดน้ำ
ผมถูกใช้ไปรดน้ำบ่อย ๆ
อยู่เฉย ๆ ผมก็คงไม่เข้าไปเองหรอกครับ
เพราะไม่ชอบ ดูมืดทึม ๆ ยุงเยอะ และกลัวงู
อยู่กันหลายคนก็ช่วยกันดูแล คุณยาย คุณแม่ คุณน้า

[บ่อน้ำ]
น้ำสมัยนั้น หายาก ต้องแบกต้องหาม
ก็คงไม่มีใครเอาน้ำประปามารดน้ำต้นไม้เป็นแน่
ที่ข้างเรือนกล้วยไม้ มีบ่อน้ำ
ที่ต้องใช้แรงสาวขึ้นมาทีละคุ ถึงจะได้น้ำไปใช้
เครื่องมือตักน้ำจากบ่อ
จะมีเสาต้นสูง เป็นที่ค้ำยันกัน
มีไม้ไผ่ผูกกับถังน้ำด้านหนึ่ง หย่อนลงไป แล้วดึงขึ้นมา
ใช้หลักคานงัด ทำให้ไม่ต้องออกแรงมากในการดึงขึ้น
เพราะมีหินถ่วงไว้กับปลายอีกด้านหนึ่งของคาน
น้ำในถังจะกระฉอก หากดึงเร็ว ดึงช้าก็ไม่เสร็จงานสักที
หากได้น้ำเต็มถังแสดงว่าเชี่ยวชาญล่ะ
บ่อนี้ มีที่กรองน้ำ
ที่บ้านจะกรองน้ำ แล้วเอามาต้มดื่มกัน
ช่วงแรกของชีวิตที่บ้านผูกไว้กับบ่อน้ำ
อาบน้ำ ซักผ้า ทำกับข้าว ผ่านบ่อนี้
สมัยนั้นผมก็แก้ผ้าลงกะละมัง อาบน้ำตรงนั้นหละ
ก่อนใช้น้ำ ก็ต้องเอามากรองก่อน
ทำเครื่องกรองเอง ใช้หิน ใช้ทราย ใช้ถ่าน เป็นใส้กรอง
เพราะมีตะกอนอยู่บ้าง ตามประสาน้ำบ่อ
จะใสปิ้งเหมือนน้ำประปาก็คงไม่ใช่
ดังนั้น รดน้ำในเรือนกล้วยไม้แต่ละที ทำกึดยากเลย
ก็ต้องสาว ต้องหิ้วกันหลายรอบ นั่นหละที่ผมไม่ชอบ
ทั้งหมดคือเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำเรื่องสวนดอกไม้ที่บ้านผึ้ง

คุณแม่ที่สวนทวีชล เชียงใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น