วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สแตมป์แลกเกรด ก็มีด้วยกับหลักสูตรครูสอนว่าที่ครู

สแตมป์แลกเกรด ก็มีด้วยกับหลักสูตรครูสอนว่าที่ครู
ผมมองเป็นกรณีศึกษา เรื่องคุณธรรมจริยธรรม



ผมก็เป็นครูสอนหนังสือ มีโอกาสสอนนักศึกษาปี 1
เรื่องความแตกต่างของคุณธรรมกับจริยธรรมอยู่เนื่อง ๆ
เห็นคลิ๊ปข่าวช่อง 3 เมื่อเช้าวันที่ 15 กรกฎาคม 2557
ว่ามีครูสาวที่สอนนักศึกษาครู สาขาปฐมวัย คณะครุศาสตร์
โดยเพิ่มกิจกรรมการเรียนการสอนว่า
ถ้านักศึกษาไปหาสแตมป์มาให้ครู ก็จะได้คะแนนเพิ่ม
เพราะลำพังความสามารถ อาจไม่พอให้ผ่านไปด้วยเกรดดี
หากทำตามเงื่อนไข ก็จะได้เกรดที่ดีขึ้น .. ไม่ได้บังคับ
---
แล้วผมก็มานึกนะว่า
.. สมัยนี้คุณครูจะสอนนักเรียนครู ให้ออกไปเป็นครูที่ดีกันได้อย่างไร
เป็นอะไรที่ท้าทายกับหลักสูตรที่สร้างครูโดยเฉพาะ
ถ้าเราสอนให้นักเรียนครูมีคุณธรรม จริยธรรมได้ ก็จะลดปัญหาเหล่านี้ได้
แต่ที่ยากคือ จะสอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
สอนแล้วนักศึกษามีคุณธรรม จริยธรรมเพิ่มขึ้น
เป็นเรื่องยากที่ท้าทาย ถึงท้าทายมากที่สุด เพราะเรื่องนี้วัดยาก
---
ผมว่าข่าวปัญหาพฤติกรรมครูเรื่องนี้
ไม่ร้ายแรงเท่าข่าวทุจริตสอบครูผู้ช่วย
http://thainame.net/edu/?p=1091
ตามข่าวเห็นว่าจะมีการสอบใหม่
เพื่อ "ดูว่ายังทำข้อสอบได้ดีอย่างเหลือเชื่อเหมือนเดิมอีกหรือไม่"
สำหรับ "ผู้ที่ได้คะแนนสูงเป็นพิเศษทั้ง 509 คน"
ซึ่งก็มีปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรมชัดเจนมากมาย
---
ข่าวจาก http://www.naewna.com/local/112445 ***
4 ก.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวปไซต์ยูทูปดอทคอม
ผู้ใช้ชื่อ "ส้มโจ่ย" ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 9.17 นาที
ชื่อ "อาจารย์ราชภัฎสาว แสตมป์เซเว่นฯ-เครื่องแก้วแลกเกรด"
ซึ่งคลิปนี้ถูกบันทึกเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 57 ที่ผ่านมา

พร้อมเล่าเหตุการณ์ก่อนที่จะบันทึกคลิปว่า ตนและเพื่อนร่วมชั้น
ซึ่งเป็นนักศึกษาภาคพิเศษ ถูกอาจารย์สาขาปฐมวัย คณะครุศาสตร์
บังคับให้ไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม และมีคำสั่งพิเศษ
ให้ซื้อชุดเครื่องแก้ว หรือนำแสตมป์เซเว่นฯ มาแลกเกรด
โดยมีนักศึกษาบางคนหมดเงินซื้อของ
เพื่อให้ได้แสตมป์กว่า 400 ดวงมาแลกเกรดเอ
กระทั่งมีการร้องเรียนไปยังอธิการบดี
แต่เรื่องราวกลับเงียบหาย ซ้ำยังถูกอาจารย์คนดังกล่าว ข่มขู่คุกคามมาโดยตลอด
จึงเป็นสาเหตุให้นำคลิปนี้มาเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

โดยภายในคลิปเป็นการแอบถ่ายของนักศึกษารายหนึ่ง
ซึ่งนั่งอยู่ในห้องเรียน ขณะอาจารย์สาวสั่งให้นักศึกษาทุกคน
นำกระเป๋า กล่องดินสอ ออกจากห้องให้หมด และสั่งให้ทุกคนปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด
ก่อนจะพูดถึงกรณีที่มีนักศึกษาไปร้องเรียนกับอธิบการบดี
เรื่องการบังคับให้ไปเที่ยวเวียดนาม และคำสั่งให้นำแก้วน้ำมาแลกเกรด
ซึ่งอาจารย์สาวปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง พร้อมชี้แจงด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย

จากนั้นอาจารย์สาวได้พูดถึง การนำแสตมป์เซเว่นฯ มาแลกเกรดว่า
เกรดของนักศึกษาที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีนั้น
ก็เป็นเพราะตนได้บวกคะแนนให้กรณีที่นักศึกษา นำแสตมป์เซเว่นฯ มาแลก
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้บังคับใคร เพียงแต่ยื่นข้อเสนอให้เท่านั้น

http://www.thairath.co.th/content/436399
http://www.thaiall.com/ethics
http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9570000079893
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9570000079264
http://www.youtube.com/watch?v=z5qwiz1y2HM

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สงครามซอฟท์แวร์ยังไม่ยุติ





 
            สงครามซอฟท์แวร์เริ่มมาตั้งแต่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น การต่อสู้ในยุคแรกยังเป็นเวทีที่สดใหม่ไม่มีใครผูกขาดอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบกับสังคมมนุษย์ก็เหมือนสมัยก่อนจักรพรรดิจิ๋นซีที่แต่ละแคว้นปกครองกันเอง ทำให้แต่ละแคว้นสู้รบปรบมือกันอยู่ตลอดเวลามีชนะบ้างแพ้บ้างแผ่นดินนองเลือดเพราะสงคราม แต่ในภาพยนตร์เรื่องฮีโร่ (Hero) ที่พระเอกตัดสินใจตอนท้ายไม่ลงมือกับจักรพรรดิ์จิ๋นซี เพราะยอมรับในคำว่าใต้หล้า หากไม่มีจิ๋นซีก็จะเกิดสงครามแย่งชิงแผ่นดินและนองเลือดไม่รู้จักสิ้นสุดอีก หากเปรียบกับสังคมซอฟท์แวร์ในปัจจุบันที่มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ขึ้นมาครองส่วนแบ่งตลาด ทำให้เลือกซื้อซอฟท์แวร์ได้อย่างมั่นใจว่าซอฟท์แวร์ที่ซื้อจะไม่ปิดกิจการหนีหายไปในอนาคตอันใกล้
            ปัจจุบันมีซอฟท์แวร์ระดับแนวหน้าอยู่ไม่มากนัก เพราะบริษัทขนาดเล็กที่มีสายป่านไม่ยาวก็จะออกจากตลาดไป ซอฟท์แวร์ที่ดีก็จะถูกบริษัทใหญ่ซื้อไปต่อยอดหรือทำให้หายไปในที่สุด มีตลาดซอฟท์แวร์ระดับโลก 3 แหล่ง คือ Apple app store, Google play store และ Windows store แล้วพบว่าผลการจัดอันดับแอพ 10 อันดับแรก พบว่า free application เป็นของเว็บไซต์เครือข่ายสังคมกว่าครึ่ง แล้วที่เหลือก็เป็นเกม หรือแอพถ่ายรูป แต่ paid application ก็จะเป็นกลุ่มเกมเกือบทั้งหมด นั่นหมายความว่ามีบริษัทเพียงไม่กี่บริษัทที่พัฒนาแอพเข้าไปในตลาดทั้งสาม แล้วมีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้จริง ส่วนซอฟท์แวร์ที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์ก็มักจะใช้ระบบ Open source system ที่เป็นชุดซอฟท์แวร์สำเร็จรูปที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี อาทิ Joomla, Wordpress, Drupal, PhpBB, Magento, OSCommerce หรือ Moodle
            ปัจจุบันเริ่มมีซอฟท์แวร์ให้เลือกน้อยลง เพราะมีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น ภาษาที่ใช้สำหรับพัฒนาระบบซอฟท์แวร์ก็เหลือเพียงไม่กี่ภาษาที่ถูกยอมรับ ส่วนอาชีพนักพัฒนาซอฟท์แวร์ หรือซอฟท์แวร์เฮ้าส์ในต่างจังหวัดก็ไม่ราบรื่นเหมือนในหัวเมืองใหญ่ ระบบฐานข้อมูลก็เหลือเพียงไม่กี่ราย ทำให้นักพัฒนาเริ่มมีความชำนาญเฉพาะทาง สามารถพัฒนาซอฟท์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ แล้วหันไปแข่งขันเรื่องของนวัตกรรม เพราะการวัดคุณภาพหรือความสำเร็จของซอฟท์แวร์มักวัดด้วยความแปลกใหม่เป็นหลัก ยังมีเวทีที่เปิดรอซอฟท์แวร์ใหม่อยู่ตลอดเวลา