วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เรื่องยาว แต่ผมก็ว่างพอที่จะเล่าครับ (๓๖.)

คุณแม่ และผม
ได้ใช้ภาพเก่า ๆ กับคุณแม่ครับ
ดีนะครับ ไม่ใช่ Digital File เพราะจับต้องได้
forget me not


[แม่งอน จะไม่กินข้าวเอา]
เรื่องเกิดเมื่อคืน คุณแม่ขอปลดรูปหลานลงมา
แล้วก็แกะรูปทั้งหมดจากในกรอบรูป
เป็นกรอบใหญ่ มี 7 - 8 รูป
เป็นตอนเด็กของเด็ก ๆ ที่บ้าน
ไม่อธิบายมาก ดึงดันจะแกะ ก็ต้องตามใจ
เพราะรูปเซตนี้ท่านก็ทำกรอบเอง วางภาพเองหมด
แกะสมใจแล้ว ก็เอาวางไว้ที่เดิม
แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยทำต่อ
พอเช้ามา ก็ขอดูภาพที่แกะอีกรอบ
คราวนี้บอกว่า ภาพเล็กที่ต้องการ และเห็นเมื่อคืนหายไป
ปัญหาเลยครับ
คือ ภาพเล็กที่ว่า ที่ต้องการนั้น ไม่เคยมีมาก่อน
ให้ผมหาให้เจอ บอกว่ารูปนิดเดียว สำคัญมาก
เป็นรูปลูกชายคนเดียวซะด้วย
หากันจนถึงมื้อเที่ยง ก็งอนว่ามีคนเอาไป
นั่งร้องไห้ ไม่ยอมทานข้าว ผมต้องปลอบใจอยู่พักหนึ่ง
จึงยอมไปทานข้าวเที่ยงตามปกติ

[ต้องการรูปของลูกชาย ไปทำอะไรนะ]
ทีแรกก็ฟังไม่ถนัดหู
พอฟังคุณแม่ นั่งฟัง นั่งซักกันดี ๆ
คุณแม่บอกว่า
จะเอารูปลูกที่มีปีเกิดไปเป็นหลักฐาน

เพื่อเอาลูกเข้าโรงเรียน
ตอนนี้ยังไม่เข้าโรงเรียน ไม่มีใครส่งเสีย ไม่มีใครสนใจ
ยังไม่มีหลักฐานอะไรเลย หายหมด
มีอยากเดียว คือ รูป กับวันเกิดที่อยู่หลังรูป
ที่เจอในกรอบรูปที่ขอปลดลงมาเมื่อคืน และวางไว้
พอถามว่าลูกอยู่ไหน
คุณแม่ก็บอกว่าลูกอยู่ในรูป
ตอนนี้ลูกที่อยู่ตรงหน้าท่านแก่เกินจะเป็นลูกแล้ว
สรุปว่า
ท่านไม่ฟังเหตุผล ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือลูก
พูดไป ก็หาว่า พูดไปเรื่อย
แล้วท่านก็งองแงต่อไม่หยุด

[จับเข้า คุยเรื่องจริง]
ถ้าไม่คุยให้เข้าใจ คงวนในอ่างไม่รู้จบ
เพราะเคยวนมาหลายครั้งแล้ว
ท่านเคยยิงคำถาม ที่ผมประติดประต่อไม่ได้
และเป็นทุกข์บ่อยครั้ง แต่ไม่มีทุกข์ชัดเจนเท่าคราวนี้

นั่งกอดเข่า น้ำตาตกแหมะ ๆ 2 รอบ

บ่อยครั้ง ที่คุณแม่มีคำถาม หรือข้อสงสัย
อาทิ
น้องเกิดปีไหน ต้องการคำนวณ จะได้บอกเขาได้
ลูกที่นอนอยู่ข้าง ๆ หายไปไหน 

ขอปลดรูปหลานที่แขวนไว้ ลงมาหลายรอบ

โชคดี ที่ท่านจำรูปตนเอง จำรูปลูกได้
ผมก็เริ่มหยิบรูปคู่ ตนเองกับคุณแม่
แล้วถามคุณแม่ทีละภาพว่าใช่ท่านกับผมไหม
เพราะท่านบอกว่า ลูกไม่รู้ไปไหน และไม่เคยเรียนหนังสือ
หารูปตอนผมบวช คู่กับทานมาให้ดู
หารูปตอนงานศพยาย ว่าผมก็อยู่ในงานด้วย
หารูปตอนเป็นนักเรียน ถ่ายกับเพื่อนที่อัสสัมชัญ
หารูปตอนเป็นหนุ่ม ท่านพาไปเที่ยวเขื่อน
หารูปตอนรับปริญญา ท่านก็จำได้ว่าไปรับด้วย
กว่าคุณแม่จะสงบ และยอมรับให้เรื่องนี้ผ่านไป
ก็ต้องเล่ากันทีละภาพ ทีละอัลบั้มกันเลยทีเดียว
ชอบภาพหนึ่ง คือ ผมเกิดได้ 22 วัน
เพราะเป็นภาพที่ตอบคำถามท่านว่าลูกเกิดปีไหน
ข้างหลังภาพ .. คุณพ่อได้เขียนบรรยายไว้ชัดเจน
สรุปว่าคุณแม่สบายใจไปอีก 1 วัน


2 ความคิดเห็น:

  1. อ่านแล้วมีน้ำตาค่ะ แต่อาจารย์ทราบเรื่องที่อาจารย์เขียนขึ้นได้แ็เป็นวันๆ นี้ วันข้างหน้านำไปรวมเล่มเป็น series ขายได้นะคะ เผลอได้เงินมากเกินกับเวลาที่เราได้เสัียไปเพื่อมาดูแลท่าน ไม่แน่นะ อาจารย์อาจกลายเป็นนักเขียนโดยไม่ตั้งใจไว้เลย

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณมากครับอาจารย์
    สำหรับกำลังใจ

    ตอบลบ