วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

โรคที่สาม กับเซคคันโอพิเนียน (๕๕.)



[ครบหนึ่งปีหลังคุณแม่ล้ม]
วันนี้ 20 พ.ย.60 มาโรงพยาบาล (ล้ม 9 พ.ย.59)
มาฟังผลหลังส่งเสมหะตรวจแล็บติดต่อกัน 3 วัน
มาตั้งแต่ 7 โมงเศษ ได้ออกสีโมงกว่า
น้องแอ็ดบอกมาพร้อมกัน แต่หนูกลับก่อนนะค่ะ
หากเปรียบเทียบระหว่าง
อยู่รอหมอที่โรงพยาบาล กับ อยู่บ้านรอเวลาให้ผ่านไป
ผมว่าอยู่โรงพยาบาลเวลาเดินเร็วกว่าอยู่บ้านมากมาย
เพราะอยู่บ้าน ก็นั่งนับเข็มวินาที ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านจุดไข่ปลาไปทีละจุด
แม้จะดูหนัง อ่านบุ๊ค ค้นกูเกิ้ล แลกเปลี่ยนกับเพื่อนเฟส เหมือน ๆ กัน
แต่อยู่โรงพยาบาล เห็นคนไข้หลากหลาย เข้าพบหมอ แล้วเค้าก็หายไป
มีคนใหม่ มานั่งรอ แล้วเค้าก็เข้าพบหมอ แล้วก็หายไป
เป็นอย่างนี้เกือบทั้งวัน มาทีไรก็พบคนรู้จัก
ครั้งนี้ พบเพื่อนคุณแม่ที่บ้านศาลา
เจ็บป่วยท่านก็มาโรงพยาบาล มาพูดคุยกับคุณแม่
ลูกของท่านทำงานสมุทรปราการก็ลาออก มาอยู่เป็นเพื่อนเหมือนกัน
แล้วคุณแม่ก็ร้องไห้ ท่านร้องเสมอเวลาคิดถึงเรื่องเจ็บป่วย

[เข้าพบหมอ]
คุณหมอคนใหม่ ไม่ใช่คุณหมอที่นัด
คุณหมอแจ้งว่า ถ้าไม่รีบรักษาจะแย่ไปกว่าเดิมมาก
คุณหมอคนใหม่ มีเซคคันโอพิเนียนว่า อาจมีอีกโรคที่เป็นไปได้
หลังดูฟิล์มแล้วก็บอกว่าก้ำกึ่งระหว่าง 2 โรคซะด้วย
เพราะผลแล็บเป็น negative ทั้ง 3 วันที่เก็บเสมหะ
ทำให้ไม่อาจบ่งชี้ได้ว่าเป็นโรคที่สงสัย
แล้วคุณแม่ก็ไม่มีอาการไข้ อาการอื่นที่บ่งบอกว่าเป็นโรคที่สงสัย
หากเริ่มรักษาจะมีผลข้างเคียง และต้องรับยาต่อเนื่อง 6 เดือน
ถ้าไม่มั่นใจว่าใช่ ก็มักจะไม่รักษา
สรุปแล้วคุณหมอคนใหม่ ให้ส่งไป CT Scan ที่ รพ.ศูนย์ฯ
แต่ต้องรอคิวแป๊ปนึง
และตรวจเลือดก่อนไปทำ CT Scan ด้วย

[โรคที่สาม]
โรคแรก คือ อัลไซเมอร์ คุณแม่รับยาตลอด
อาการทรง ๆ คือ ลืมผมเหมือนเดิม
หากมีอะไรเข้ามากระทบ ก็จะจำผม ลูก และภรรยาได้เป็นบางครั้ง
โรคที่สอง คือ การเคลื่อนไหว หลายเดือนมานี้ไม่ล้มเลย
แต่เซชนประตู โต๊ะเก้าอี้ เนื้อตัวเขียวหลายจุด
ท่านบ่นว่าเจ็บซี่โครงขวา ก็คงเซชนเก้าอี้ขาสิงห์ตอนกลางคืน
เวลาลุกเข้าห้องน้ำ
ในช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมาท่านเข้าห้องน้ำกลางคืนไม่ทัน
ช่วงนี้ผมเปลี่ยนการเปิดไฟ
พอไฟส่องจากห้องน้ำไปที่เตียง เข้าตาท่าน กระตุ้นให้ลุกได้ทัน
สัปดาห์นี้ดีขึ้นมาก เข้าห้องน้ำทันเกือบ 90%
เรื่องเจ็บท้อง หรือท้องอืด บ่นบ้าง บางทีก็บอกไม่เป็นไร ไม่ได้เป็นประจำ
แต่ก็ทานอาหารช่วยระบายตลอด
ไม่พบปัญหาการถ่ายหนัก เหมือนกับช่วงเดือนแรกที่ต้องช่วย
เดี๋ยวนี้ท่านดูแลตัวเองได้แล้ว เรื่องถ่ายหนัก
แต่ถ่ายเบานี้ กลางวันจะไม่ค่อยมีปัญหา ใช่คำว่าไม่ค่อย
ส่วนกลางคืนก็ดีขึ้นมาก ๆ หากเทียบกับเดือนเศษที่ผ่านมา
โรคที่สาม คือ ปอด
ที่พบ เพราะหมอท่านเทียบ x-ray 2 รอบห่างกัน 3 เดือน
แล้วเห็นว่ามีอะไรผิดปกติอยู่ในฟิล์ม
ส่วนอาการภายนอก ไม่ค่อยเห็นความผิดปกติ
ก็คงได้ทราบหลัง CT Scan ที่จะไปทำตามที่ รพ. นัดหมายต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ในวันที่คุณแม่อ่อนแอ แล้วร้องไห้ ก็นั่งกุมมือกัน (๕๔.)

อาหารเช้านี้


[วันนี้จิตใจอ่อนแอ]
พักนี้ คุณแม่ร้องไห้ ปล่อยโฮถี่ขึ้น
ก็มีสาเหตุจากการเจ็บข้อสะโพก และคุมปัสสาวะไม่ได้
จากเหตุเซล้มบ่อย อาจบนที่นอนบ้าง
ข้างที่นอนบ้าง และมักเป็นเวลากลางคืน
ที่ล้มก็มาจากการเจ็บข้อสะโพกที่ผ่าเปลี่ยน
และความไม่เข้าใจว่าทำไมไม่หาย อยากหาย
วันนี้คุณแม่บอกว่ามีเรื่องอยากเล่า แต่ก็ลืมไป
และนั่งกุมมือผมอยู่พักหนึ่ง เมื่อตอนตี 5 กว่า ๆ
ผมว่าท่านรู้สึกดีนะ ที่มีคนอยู่ข้าง ๆ ในยามที่ท่านอ่อนแอ
ก็ดีใจนะ ที่มีโอกาสได้ดูแลท่านยามชรา และเจ็บป่วย
หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง เช้ามา
ท่านก็ปกติ อาการอ่อนแอหายไปแล้ว
ส่วนผม
ปกติแล้ว ผมจะร้องไห้ เวลาดูภาพยนตร์ที่สะเทือนใจ
เห็นใครในภาพยนตร์ก็พาให้คิดถึงคุณแม่ และตนเอง
ร้องไห้บ่อยกว่าคุณแม่ แต่ก็ดีขึ้น เป็นการระบาย
จากความเครียดที่เห็นคุณแม่เจ็บป่วย

[วูบ]
การวูบหลับ เหมือนสับปะหงก
เคยเห็น ก็จะเห็นบ่อยขึ้นช่วงนี้
เช่นตอนเล่าเรื่องยายที่เสียไป เพราะท่านถามถึงประจำ
หรือเล่าเรื่องที่ผมเป็นลูก ไม่ใช่เพื่อน
ท่านก็ดูจะไม่ค่อยยอมรับ ทำให้ง่วงซึมเกิดขึ้นเร็วมาก
ประมาณ 6 - 7 เดือนก่อน
คุณแม่วูบจริง คือ วูบเป็นลมคาอ่างล้างหน้า
ต้องประคองมาที่เตียง นั่นเป็นครั้งเดียวที่วูบนานเป็นนาที
ส่วนวูบสัก 1 วินาที นี่ก็จะเป็นประจำ
เหมือนนั่ง ๆ อยู่ แล้วสับปะหงก จากนั้นสติก็คืนมา

[ทานขนมเก่งผิดปกติ]
พักนี้ ท่านบ่นติดปากว่าหิว
ไม่ได้ทานข้าวมา 3 วัน
คิดว่าน้า กับผม ไม่หาอะไรให้ทาน
ก็อยากออกไปหาขนมในครัวทานเอง
บางมื้อทานข้าวเต็มจานหมด ผลไม้ นม ensure
ขนมยูโร 2 ชิ้น ตามด้วยแคล็กเกอร์อีก 3 แผ่น
และสับปะรดชีทอีก 2 แผ่น
มีที่ชอบ คือ น้ำพริกกะปิ ชะอมทอด ปลาทู ผักนึ่ง ไข่
แต่บางมื้อก็ไม่ค่อยจะได้เลย
เตรียมกะละมังให้ท่านเททิ้ง หรือใส่ขยะไว้ เต็มทุกวัน
ขึ้นกับรายการอาหาร และอารมณ์อยากช่วงนั้น
ผมก็ว่าดีล่ะ ท่านอยากกินอะไรก็ไม่ได้ห้าม
หาให้เต็มที่ ที่ท่านทานได้

https://www.youtube.com/watch?v=emklHU_DzRw



วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วันแรกที่จ้างคนดูแลคุณแม่ และเกือบขวบปีแล้ว (๕๓.)



[ออกบ้านคนเดียว]
ผมออกบ้านไปสอนหนังสือ
บางวันก็ออกบ้านคนเดียว
บางวันก็ออกบ้านสองคน ไปกันกับคุณแม่
พาคุณแม่ไปฝากญาติ แล้วผมก็ไปสอนหนังสือ
โดยมีงานสอนสัปดาห์ละ 2 วัน คือ อังคาร กับพฤหัสบดี
เปลี่ยนไปตามที่หัวหน้ากำหนดมาให้ในแต่ละภาคเรียน
ที่ผ่านมา ก็จะมีญาติสนิท คอยช่วยเหลือ ดูแลคุณแม่
คุณแม่อายุ 75 ปี
ส่วนญาติสนิทก็เกษียณหมดแล้ว
สุขภาพแต่ละท่านก็เป็นไปตามวัย
แต่ทุกท่านแข็งแรงกว่าคุณแม่อย่างชัดเจน
ทุกท่านก็มีกิจที่ต้องทำในแต่ละวัน
มีภูมิลำเนาแตกต่างกันไป
เมื่อวานเป็นวันแรกที่ต้องเริ่มหาคนดูแลคุณแม่
ก็ได้พี่มะลิ มาช่วยดูแล จ้าง 300 บาท เท่าค่าแรงขั้นต่ำ

[อยู่คนเดียวไม่ได้]
คุณแม่ท่านอยู่คนเดียวไม่ได้
แม้สุขภาพจะดีขึ้นมาก
อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ ทานข้าวเองได้
เดินได้ถ้ามีที่เกาะ แต่เดินมากจะขาเขียว
แต่การล้มในห้องน้ำก็เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง
หัวโนประจำ แต่มี 2 รอบ ที่เย็บ  8 เข็ม กับ 4 เข็ม
ทานข้าวก็ไม่รู้เวลา
บ่อยเลยที่ทานข้าวเย็นแล้ว
พอกลับเข้าบ้านกลับบอกว่าหิวข้าว จะออกไปทานข้าว
มีครั้งหนึ่งที่ท่านแอบเดินออกบ้าน ไปหาข้าวทาน
หลังทานข้าวเช้าไม่ถึงชั่วโมง เอาไม้ส้อยมะม่วงค้ำถ่อไป
แอบไปตอนผมเข้าห้องน้ำ เพื่อนบ้านต้องพะยุงมาส่ง

[มีแผนสอง คือ แวนเซนต์วูร์ด]
แม้จะมีพี่มะลิ กับญาติสนิทที่จะดูแลคุณแม่
แต่เมื่อวาน
ไปคุยกับผู้ดูแลที่โรงพยาบาลแวนเซนต์วูร์ด
มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ลำปาง
ทำให้ได้ข้อมูลว่า
ถ้าพาคุณแม่ไปอยู่แบบ Day care
คิดค่าบริการ 500 บาท
แต่ถ้าอยู่ประจำ ก็ต้องติดต่ออีกครั้ง
เพราะช่วงนี้ เตียงเต็มแล้ว
ก็ไปคุยไว้ เผื่อต้องใช้แผนสองเข้าสักวัน
คือ ถ้าทุกคนที่จะดูแลคุณแม่ ติดภารกิจกันหมด

[เล่าเรื่องคุณแม่]
ผมมักเล่าเรื่องคุณแม่ให้คนสนิทฟัง
เป็นการระบาย แต่สงสัยว่าเค้าไม่ชอบฟัง
ก็คงจะจริงนะ
เพราะผมมักเล่าเรื่องการขับถ่าย
เรื่องฉี่ เรื่องอึ ว่ามีปัญหาอย่างไร
และท่านก็มีปัญหาจริง
ตั้งแต่ปลายกันยายน ท่านเริ่มคุมการฉี่ไม่ได้
กลางวันจะคุมได้ดีกว่า ก็ลุ้นกันทุกวันเลย
แต่กลางคืน จะมี 2 วันใน 1 เดือนที่ไปทัน ไม่เลอะ
ที่เหลือก็ปล่อยที่หน้าห้องน้ำ หรือบนพื้นในห้องน้ำ
ก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวกันไป ทั้งผม และคุณแม่
นี่ผมก็ลุ้นว่าตนเองคงไม่โชคร้าย ล่วงลับไปก่อนคุณแม่
เพราะนึกไม่ออกว่าท่านจะอยู่อย่างไรต่อไป
เวลาดูหนังแล้วเห็นคนตาย อยากเล่าสู่กันฟัง
แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เล่า ว่าฆ่าตัวตายเค้าทำกันอย่างไร
เพราะเข้าใจไปเอง ว่าคงไม่มีใครอยากฟังเรื่องการตาย
เค้าว่าเป็นลางร้าย
แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงบ่อยเลย
อาจเป็นเพราะเคยศึกษาเรื่องการจัดงานศพมาก่อน

http://www.thaiall.com/data/health.htm



13 เมษายน 2560 
เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ

ถ้าสนใจดูหนังเรื่องความตาย
เรื่อง "คนทำศพ" ได้รางวัลเพียบ
และสมควรอย่างยิ่ง ดูไปก็ร้องไห้ไป
Departures(2008)
https://iizitem.wordpress.com/2013/01/28/departures2008/


วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

วันนี้ปล่อยโฮ หลังดูหนังเศร้า ถือโอกาสระบาย เก็บไว้เยอะแล้วหนัก (๕๒.)

ล้ม ก็มาทำแผล เย็บหลายเข็มเหมือนกัน


[ตีกรอบ]
เปิดภาคเรียนมาได้ เกือบ 2 เดือนแล้ว
ผมโชคดีที่ที่ทำงานให้รับผิดชอบสอนวิชาที่เคยสอน
ไม่ต้องไปทุกวันเหมือนแต่ก่อน
วันไหนมีสอน จะพาคุณแม่ไปฝากน้าไว้
มีน้าหลายคนคอยให้กำลังใจเสมอมา พึ่งท่านได้
ล่าสุด พบปัญหาว่าคุณแม่มีกรอบความคิดของตนเอง
ไม่ค่อยฟัง
คือ ท่านคิดนอกกรอบ เกินกว่าที่คาดไว้มาก
ทำให้ต้องเปลี่ยนกรอบ และปรับไปตามสถานการณ์
พูดเรื่องกรอบ ทุกครั้งที่ไปพบนักศึกษาแต่ละกลุ่ม
ก็จะเตรียมกรอบไปให้นักศึกษา
วันนี้เอากรอบเรื่อง Ascii table
อีกวันเอาเรื่อง linked list บ้าง
array, algorithm, pseudocode บ้าง
ง่าย ๆ หน่อยก็ blogger กับ multimedia
ล่าสุดก็ array of char กับ pyramid
เข้าไปคุยกันนักศึกษาทีไร
ก็พบกรอบความคิดไปด้วย
ก็พบว่า นักศึกษาบางคนคิดนอกกรอบ
แล้วบางคนก็คิดในกรอบที่วางไว้ เป็นธรรมดาของโลกน่ะครับ

[ผมถูกตีกรอบ]
ปกติอยู่บ้าน ผมก็จะกำหนดกรอบให้ตัวเอง
เอาเรื่อง json, xml, android, gcc บ้าง
แต่ส่วนใหญ่วนกลับไปที่ responsive กับ wp ครับ
เพราะเป็นหน้ากากของทุกเรื่อง
เปลี่ยนเรื่องนิดนึง
วันนี้ดูหนังเรื่อง Odd Thomas (2013)
เคยดูแล้ว วันนี้กลับไปดูอีก
เพราะไม่หาอะไรคิด ทำ ตรวจงาน หรือเตรียมสอน
ก็จะดูหนัง
ผมเป็นคนที่ไม่ฟังเพลงครับ แต่ดูหนังได้
บางวันดู 3 เรื่อง บ่อยเลย

[สะปอยอยนิดนึง]
ช่วงชีวิตของผมปล่อยโฮ ก็ไม่กี่ครั้ง
ปล่อยตอนทุกข์ หรือเศร้ามากมายนั่นหละ
จะปล่อยตอนอยู่คนเดียว ปลีกวิเวกด้วย
ที่จำได้ก็พึ่งเป็นช่วงปีนี้หละครับ
เค้าว่าให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ
อ่านหนังสือธรรมะ
ฟังเทป ฟังธรรม และอีกมากมาย ที่จะช่วยได้
แต่วันนี้ พอปล่อยโฮไปรอบนึง
รู้สึกสบายใจขึ้น ได้ผ่อนคลาย
คงเพราะได้ระบาย ที่เก็บไว้นาน
ปล่อยโฮตอนเห็นฉากจบในหนัง
หลังเห็น พระเอกต้องตกอยู่ในความเศร้า
เห็นใครเศร้า แล้วก็อดเศร้าไม่ได้
สมัยเด็กดู ดาวพระศุกร์ คนที่บ้านผมก็ร้องไห้ระงม
ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรกับเค้าหรอก ยังเล็กนัก
นึกถึงช่วงนี้
จำได้ว่าที่เคยปล่อยโฮไปอีกเรื่อง
ก็ตอนดูเรื่อง ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ 
ชีวิตก็อย่างนี้หละครับ มีสุข มีเศร้า
คละเคล้ากันไป



หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ




วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

คุมกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น (๕๑.)

นั่งพัก เปลี่ยนมุมดูทีวี


ไม่ได้เขียนมาเดือนกว่าแล้ว
หลัง ๆ มามีอาการใหม่เกิดขึ้น 2 - 3 อย่าง

[ต้องให้มะขามแขกวันเว้นวัน]
ระบบขับถ่ายเริ่มมีปัญหา
คุณแม่จะบ่นปวดท้องเข้าห้องน้ำบ่อย
ดื่มน้ำน้อย ให้ดื่มก็บอกว่าท้องอืด
แอบเทน้ำทิ้งบ้างก็มี
บางครั้งจำได้ ก็จะให้เทน้ำใส่แก้วเยอะ ๆ
ในอดีตชอบดื่มน้ำมาก
เดี๋ยวนี้ จิบน้ำ ยังยากเลย
เพราะกลืนน้ำไม่เก่งเหมือนก่อน
บ่นปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ
ดูแล้วให้มะขามแขก วันเว้นวันกำลังดี
ให้ครั้งละ 4 เม็ด
อาหารมีผลไม้ครึ่งหนึ่งทุกมื้อ
น้ำนมมีทั้ง ensure และ foremost รสจืด
ที่น่าจะเสริมการดื่มน้ำ
ที่เป็นน้ำกับยาก่อนอาหาร และน้ำกับยาก่อนนอนได้
อันที่จริงมียาระบายอีก 2 ขนาน
แต่ช่วงนี้เน้นสมุนไพรมะขามแขก
ที่เน้นการบีบลำไส้ใหญ่
มากกว่ายาระบายที่เพิ่มน้ำในลำไส้ใหญ่
เพราะให้ทีไร ท้องเสียทุกที

[ขากระตุก]
ขาคุณแม่กระตุกเห็นได้ชัดในบางวัน
เป็นผลจากโรคพาร์กินสัน กินยามา 2 ปีแล้ว
เห็นอาการเพิ่มขึ้นชัดเจนลงไปที่ขาก็ช่วงนี้
หลัง ๆ มา ช่วงเย็นจะกระตุกถี่ขึ้น
ถามท่าน ก็บอกว่ายุงกัน
ผมนึกถึงเท้าเป็นเหน็บเลย
คงรู้สึกว่าจี๊ด ๆ ที่เท้า เวลากระตุก

[น้ำลายไหล]
คุณแม่กลืนน้ำลายยากมาหลายเดือน
ช่วงนี้สำลักน้ำลายถี่มาก แต่ไม่ค่อยสำลักอาหาร
ทานข้าวช้า ท่านระวังเป็นที่สุด
คำไหนกลืนไม่ได้ก็คาย
กลางคืนก่อนนอน สติกำลังจะหาย
คุณแม่จะสำลักน้ำลายอย่างรุนแรงทุกคืน
หลัง ๆ มานี้ ท่านบ่นว่าน้ำลายไหลออก
เวลานอน ต้องคอยเช็ด
เข้าใจว่าการคุมริมฝีปากเริ่มแย่ลง
เช้ามาพูดได้ไม่ชัด
สายมาพูดได้ดีขึ้น
เวลาสติแข็ง ๆ ท่านก็พูดได้เสียงดังฟังชัดเลย
บางคืนก็นอนเพ้อคนเดียวตอนตีหนึ่ง
เล่าได้ชัด เป็นเรื่องเป็นราว ก็มี

วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มะขามแขก ใช้ไม่ได้ผล (๕๐.)

มีทั้งยาก่อนอาหาร ยาก่อนนอน
ยาระบาย และยาแก้แพ้


[อาการท้องผูก]
นั่งค้นในเว็บพบว่า
ผู้คนมากมายมีอาการท้องผูก มีหลายแบบ
คนธาตุเบา ทานอะไรนิดหน่อยก็แก้ไขได้
คนธาตุหนัก ทานอะไรเยอะหน่อยก็แก้ไขได้
คนท้องผูกอย่างมีสาเหตุ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
คุณแม่ของผม เป็นพาร์กินสัน
กล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหารมีปัญหา
ประสาทควบคุมอัตโนมัติทำงานได้ไม่ดี
ไปหาหมอทั้งเรื่องการกลืน ปัสสาวะ และอุจจาระ
แต่ละอาการ ก็แก้ไขต่างกันไป เน้นธรรมชาติบำบัด
อาหารก็เน้น กล้วย มะม่วง มะละกอ สับปะรด ปลา กุ้ง
ขนมปังอ่อน ขนมหวาน
ช่วงนี้ มะม่วงน้ำปลาหวาน กับมะขามคลุก ทานทุกวัน
วิธีแก้ก็ใช้ยา
มะขามแขก
Bisolax
Laevolac
มีครั้งที่ไปหาหมอ สวนทวาร 2 วันต่อกันก็ไม่ออก
หมอให้ Laevolac มา พบว่า ออกมาแต่โดยดี
หลังทานไป 2 ช้อนโต๊ะ

[มะขามแขก 5 วันต่อกัน]
ช่วงแรก มะขามแขก มีฤทธิ์ทำให้ลำไส้หดตัว
แล้วเร่งให้อุจจาระออกมาแต่โดยดี
ทานเข้าไป ลำไส้จะหดตัว จนรู้สึกได้
คุณแม่ก็รู้สึก พยายามเข้าห้องน้ำทุกวัน
แต่ไม่ออก บ่นว่าอยากถ่าย แต่ไม่ออก
ช่วงแรกเคยได้ผล ทานเช้า ออกเย็นก็เคย
ทานวันที่หนึ่ง ไปออกวันที่สาม ก็เคย
เริ่มตั้งแต่วันละ 2 เม็ด ไปถึงวันละ 4 เม็ด
แต่ช่วงหลังทานวันละ 4 เม็ด
ต่อกัน 5 วัน ไม่ออก แต่บ่นว่าปวดท้องอยากถ่าย
พออุจจาระที่ค้างท่อแข็ง
ใช้การสวนทวาร ก็ไม่ได้ผล
ก็ต้องพึ่งคุณหมอ
ท่านก็ตรวจเอ็กซเรย์ ให้ยา และมีคำแนะนำดี ๆ ให้

[ยาเพิ่มน้ำให้อุจจาระ]
อาการท้องผูกเป็นได้หลายสาเหตุ
คุณหมอให้ x-ray พบว่าลำไส้ไม่ตัน แต่ค้างท่อ
ก็ให้ยาน้ำ Laevolac
ให้คุณแม่กิน 1 ช้อนโต๊ะ ตอนบ่าย
แล้วกินอีกครั้งประมาณห้าโมงเย็น
พอหกโมง ก็ออกมา และออกมาอีกหลายครั้ง
ผมว่าเป็นยาที่ดีมาก แต่กลับผลข้างเคียง
1 ขวด มีไม่กี่ช้อนโต๊ะ ทานได้ไม่กี่ครั้งจะหมดขวด
กลับผลข้างเคียงด้วย เพราะรู้สึกจะดีมาก
ช่วงหลัง 
เปลี่ยนให้ยา Bisolax เป็นยาเม็ด
คุณสมบัติคือเพิ่มน้ำให้อุจจาระ 
หลังทานมาขามแขกมา 5 วัน แล้วไม่ออก
ก็ให้ Bisolax แบบเม็ด
พบว่าวันแรกของ Bisolax ระบายท้องหลายครั้ง 

คุณแม่ ก็สบายตัว ผมเองก็เบาใจ
เพราะถ้าไม่ออกก็คงต้องใช้ Laevolac
ที่เพิ่มน้ำให้อุจจาระเหมือนกัน แต่เป็นคนละตัวยา
อาการท้องผูกในผู้สูงอายุที่ต้องทานยาพาร์กินสัน
เป็นอะไรที่ต้องสู้กันยาวไป

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

อาการของคุณแม่ดีขึ้น (๔๙.)

ทานยำวุ้นเส้นทะเล ที่โลตัส คุณแม่พอทานได้


[คุยการกิน การขับถ่ายได้ ก็สบายใจ]
อาการโดยรวม ทางร่างกายภายนอกดีขึ้นมาก
คุณแม่สามารถเดินเองได้ในระยะใกล้ ๆ
เดินเองได้ในห้องน้ำช่วงกลางวัน
เพราะที่เกาะเยอะ
ท่านไม่ยอมให้ผมเข้าไปช่วยในห้องน้ำ
อยากช่วยเหลือตนเองตลอด
แม้จะเซล้มบ้าง โชคดีทุกครั้งที่ไม่มีอะไรหัก
การขยับร่างกาย ดีขึ้นกว่าช่วงก่อน
หลายวันที่ผ่านมาไม่มีคายอาหารเลย
ทานได้หมด เลือกน้อยลง
เพราะเอาผัดผักให้ และท่านบอกโอเค
ท่านก็ทานได้ เช่น ถั่วงอก หรือดอกกระหล่ำ
แต่ก็มีข้าวเพียง 2 ช้อน ส่วนอีกครึ่งเป็นผลไม้
ทานขับถ่ายมีมะขามแขกจะให้ทุก 3 วัน 4 เม็ด
ถ้าให้ก่อนนอน จะดีกว่าให้ตอนเช้า
เพราะฤทธิ์ของยาจะไปออกตอนกลางวัน

[ความทรงจำหายไป]
เช็คเรื่องความจำตลอด
ระยะหลังท่านจำผมไม่ได้
จึงจำครอบครัวของผมไม่ได้เลย
จำไม่ได้ว่า พ่อของผม กับ แม่ของคุณแม่เสียชีวิตไปนับสิบปี
ถามหา และอยากติดต่อเสมอ
ถ้าบอกความจริงก็จะโกรธ หาว่าโกหก
ตอนหลังมา ก็เออออห่อหมกไปกับคุณแม่
หรือเปลี่ยนเรื่องคุย เช่นเล่าอาการเจ็บป่วย
คุณแม่ก็จะลืมเรื่องที่คาใจไปได้ระยะหนึ่ง
แล้วคุณแม่ก็คิดว่าอายุยังไม่มากนัก
รักสวย รักงาม เหมือนตนอสาว ๆ

[สระผมเอง]
สัปดาห์ที่แล้ว
คุณแม่มีความทรงจำว่าต้องให้ร้านเสริมสวยสระให้
วันนี้ คุณแม่ขอสระเอง สระที่อ่างล้างหน้า
ถือเป็นครั้งแรก ในการสระผมวิธีนี้
ก็ลุ้นว่าครั้งต่อไป จะเลือกวิธีไหน
เพราะที่ผ่านมา
ป้าไผแก้ว ร้านเสริมสวย ก็แนะนำให้สระเอง
เดินทางไปมาก็ลำบาก
และการสระผมก็ไม่ยากนัก ทำได้

[การสั่นมีมากขึ้น]
ระยะนี้ ขาคุณแม่สั่นบ้าง บางทีก็สั่นครึ่งตัว
แต่ไม่มาก ที่ทราบก็ประมาณ 3 - 4 ครั้งต่อวัน
หลังทานยาคุมพาร์กินสันก่อนอาหาร
อาการยังไม่เกิด จะเกิดหลังทานยาแล้วหลายชั่วโมง
ก็ติดตามอาการนี้ไปเรื่อย ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

กินอิ่ม นอนหลับ ขับถ่ายสะดวก (๔๘.)

นี่ก็ย่างเข้าเดือนที่หก
พึ่งจะลงตัวในการดูแล 3 เรื่องหลักของคุณแม่

อาหารเย็น ในเย็นวันหนึ่ง
ช่วงฤดูร้อน ที่ร้อนสุด ๆ


[กินอิ่ม]
คุณแม่ทานได้เฉพาะของที่ชอบ กับคนที่ใช่
อะไรที่ให้แล้วไม่ทาน แสดงว่าไม่ชอบ
อาหารคาวก็มี
ข้าวผัด กุงเชียง ไข่เค็ม ปลากรอบ
ปลาทู ชะอมทอดไข่ น้ำพริกกะปิ โจ๊ก
นอกนั้นก็นึกไม่ค่อยออกว่าชอบทานอะไร
แต่ผลไม้ กับขนมทานได้หมด
ทำให้การเตรียมอาหาร ก็ต้องเสิร์ฟหลายอย่างพร้อมกัน
โดยปิดท้ายด้วย ensure คือ อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ
ผลไม้ก็พยายามหาที่มีไฟเบอร์เยอะ ตามฤดูกาล
เช่น สับปะรด ส้มโอ กล้วย ส้ม มัน ฟักทอง แอปเปิ้ล
ผลคือ คายอาหารระหว่างทานลดลงมาก

[นอนหลับ]
มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
คุณแม่เวียนศีรษะ ทานข้าวไม่ได้ ไปหาหมอ
คุณพยาบาลแนะนำว่าให้นอนดึก
ผมก็ปรับพฤติกรรม คุยกับคุณแม่ ก็ต้องคุยกันบ่อย
ให้นอน 3 ทุ่ม สองทุ่มกว่าก็ทานยาก่อนนอน
เพราะ 6 โมงเย็น แม่ก็อยากเดินเข้าไปหลับแล้ว
พอคุยเข้าใจท่านก็จะยอมมานั่งดูทีวี
แต่ต้องนั่งเฝ้า
ไม่อย่างนั้นก็จะงัวเงียเดินเข้าไปหลับอยู่เรื่อย
บางครั้งเผลอ ท่านก็เดินเข้าไปล้มบนที่นอน
ก็ต้องนั่งเฝ้า และบอกท่านว่านอนดึกเพื่อสุขภาพ
สมองจะได้พักผ่อน ไม่อ่อนล้าในตอนกลางวัน
ผลการนอน 3 ทุ่มน่าประทับใจ
ท่านตื่นนอนกลางดึกน้อยลงมาก
บางวันก็ลวดเดียว ถึงเช้าเลย

[ขับถ่ายสะดวก]
ล่าสุด ไม่ถ่าย 10 วัน
ใช้ทั้งมะขามแขก และสวนทวาร
คุณหมอให้ ยาแลคตูโลส หรือ แลคทูโลส (Laevolac)
ทาน 2 ช้อนโต๊ะ และซ้ำอีก 1 ช้อนโต๊ะ
ที่ค้างไว้ 10 วันออกหมดเลย หลังทาน 4 ชั่วโมง
พอออกมาเที่ยวนี้แล้ว โล่งใจ
ผมก็ตั้งใจเพิ่มมะขามแขก
จาก 2 เม็ดเป็น 4 เม็ด และเพิ่มน้ำ เพิ่มกากเยอะ ๆ
เพราะรอบที่แล้วให้ 2 เม็ด ทานต่อกัน 4 วัน
บวกสวนทวาร หลายวัน แต่ไม่เห็นผล
ถ้าให้ 4 เม็ด แล้วไม่เห็นผล
คงต้องให้ยาแลคตูโลส แบบที่หมอให้
แต่ทาน 2 ช้อนโต๊ะนี่ ขวดหนึ่งก็ทานได้ไม่กี่ครั้ง
เห็นประสิทธิภาพของการแก้ท้องผูกแล้ว
รู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน
ที่รู้ คือ ต่อไปมียาที่ใช้สู่กับท้องผูกอย่างได้ผลแล้ว

ยาแก้ท้องผูกขั้นเทพ เมื่อทาน 2 ช้อนโต๊ะ
ผมว่าได้ผลกว่ามะขามแขก 2 เม็ด แน่นอน


วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

รักแม่ต้องไม่ตามใจ ห้ามนอนแต่หัววัน (๔๗.)

ชวนคุยจนเหนื่อย ในที่สุดคุณแม่ก็นั่งหลับ


[เวียนหัว อาเจียน]
มีอยู่วันหนึ่ง คุณแม่ตื่นเช้ามาก็ปกติ
ทานข้าวไปได้ 3 คำ
คายทุกคำ แล้วหยุดทานเลยในมื้อนั้น
หยุดทุกอย่าง แม้แต่นม
จากนั้นคุณแม่ก็บอกว่า
ในคอสั่น แล้วก็หยุด
แขนขวาทั้งแขนกระตุกให้เห็นชัด
ซึ่งเป็นอาการของพาร์กินสัน
ที่ส่อออกมาให้เห็นได้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง
จากนั้นก็เริ่มอวกน้ำลาย สลับกับฟลุบนอน
ก็ให้นอนที่โต๊ะอาหารเลย หนุนหมอนฟลุบกับโต๊ะ
เพราะคุณแม่อวกเกือบตลอด ทุก 5 นาทีแล้วหยุด
ความถี่ดีขึ้น ทิ้งระยะห่างแต่ละครั้งนานขึ้น
อาการแบบนี้ เคยเป็นประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วหยุด
แต่ครั้งนี้เป็นนาน จนไม่สามารถทานข้าวเที่ยงได้
กว่าจะฟื้นตัวก็บ่าย 2
ถึงจะเริ่มทานอะไรได้ปกติ
ก็เริ่มจากแตงโมแสนอร่อย

[ขอยาหมอ]
จากการเจ็บป่วย
จึงไปโรงพยาบาล เพื่อขอยากันเวียนหัว กับอาเจียน
เพราะยาอื่นมีแล้ว ทานตลอดในการควบคุมของหมอ
แล้วก็ขอหนังสือรับรองผู้พิการด้วย ก่อนไป พมจ.
เพื่อขอบัตรผู้พิการ และใช้สิทธิผู้พิการต่อไป
คุณหมอให้ยามา 2 รายการตามที่ร้องขอ
ต่อไปเวลาเวียนหัว ก็จะได้กิน
เพราะอวกนาน ๆ แล้วไม่ดีเลย
การรับรองผู้พิการ ก็ติดต่อห้องกายภาพ
คุณพยาบาลแนะนำดี อำนวยความสะดวก
จนได้ใบรับรองผู้พิการมาเรียบร้อย

[อย่าตามใจคุณแม่]
คุณพยาบาลที่โรงพยาบาลเกาะคา
แนะนำดีมาก ละเอียดยิบ เหมือนอยู่ในเหตุการณ์
ทำให้ผมเห็นภาพ มั่นใจที่จะไปควบคุมคุณแม่ได้
ปกติตามใจคุณแม่ จะให้นอนแต่หัววัน ก็ราว 18.00น.
แล้วคุณแม่ก็จะเรียกลุกเข้าห้องน้ำ
เกือบทุก 2 ชั่วโมง
ก่อนมืด กับก่อนแจ้ง ก็จะถี่หน่อย
คุณพยาบาลบอกว่า ที่เล่ามา นอนเร็วไป
น่าจะนอนจริงราว 3 - 4 ทุ่ม
จะได้ไปตื่นตอนเช้า
เพราะนอนเร็ว ก็จะตื่นดึกในขณะที่ทุกคนหลับ
ถ้านอนเร็ว ก็จะหลับแป๊ปเดียว กลางคืนก็ไม่นอน
ทำให้สมองไม่ได้พัก และคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้
คิดฟุ้งซ่าน
เก็บคำพูดคนอื่นมาเป็นเรื่องตัวเองได้
อาจทำให้เวียนหัวตอนกลางวัน และอาเจียน
พฤติกรรมที่ถูกต้องในช่วงต่อไป
คือ ต้องคุยกับแม่ช่วงเย็น ไม่ยอมให้เข้านอนเร็ว
ช่วงแรกนี้ ปล่อยให้ท่านหลับบนรถเข็นไปก่อน
เพราะเปลี่ยนทันทีก็ไม่ดี ต้องค่อยเป็นค่อยไป
โชคดีที่ท่านฟังเหตุผล และไม่ดื้อ
ต่อไปท่านก็จะชินกับการหลับดึกขึ้น
ทำให้หลับในเวลากลางคืนได้เป็นเวลานานขึ้น
ในขณะที่ปรับการหลับดีขึ้นนี้
พาร์กินสันก็มาเร็ว วันนี้กลางวันท่านก็สั่นให้เห็นชัด
สั่นไปทั้งตัว ไม่ได้สั่นเฉพาะจุด
สั่นเสร็จคุณแม่ก็บอกว่ากลัว
ก็ปลอบใจว่าไม่เป็นไร คุณหมอกำลังรักษา
เพราะได้ยามากินหลายเม็ด เกือบ 2 ปีแล้ว
พรุ่งนี้ก็คงต้องสังเกตใกล้ชิดต่อไป

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

คุณแม่หลายโหมด (๔๖.)

อาหารของมายมัม


[มีเพื่อน/ญาติมาเยี่ยม]
ถ้าเป็นญาติที่คุณแม่รู้จักในอดีต
และชวนคุณแม่คุยเก่ง ๆ มาเยี่ยมถึงเรือนชาน
คุณแม่จะเข้าโหมด Active
คือ พูดคุยโต้ตอบเหมือนปกติ
ไม่แสดงอาการป่วย ไม่มีง่วงซึมให้เห็น
จำอะไรได้มากมาย โดยเฉพาะญาติในอดีต
ส่วนบางครั้ง
ซึ่งเป็นได้ทั้งช่วงกลางวัน หรือกลางคืน
เมื่อคุณแม่จะนึกเรื่องอะไรขึ้นมา ที่เป็นปัญหา สักเรื่อง
ที่ห่วง กังวลเป็นพิเศษ จะเข้าโหมด High Active
ก็จะแสดงออกทางสายตา ทำตาโต กว่าปกติเยอะ
ซึ่งที่ผ่านมา เวลาเข้าสู่โหมดนี้
แล้วผมตอบปัญหาได้ เฉไฉ เปลี่ยนเรื่องได้สำเร็จ
คุณแม่ก็จะกลับเข้าสู่โหมด Normal
คือ รู้สึกเฉย ๆ ไปถึงปกติ
เหมือนตอนนั่งดูทีวี หรือชมนกชมไม้

[ง่วงซึม]
ปกติแล้ว ผมจะปล่อยให้คุณแม่ตัดสินใจในทุกเรื่อง
ตามใจตลอด
จะลุก จะนั่ง จะกิน จะเดิน จะนอน ก็แล้วแต่เลย
เพราะขัดใจไม่ได้
คุณแม่ไม่ค่อยฟังเหตุฟังผล ไม่ยอมท่าเดียว
แต่บางเรื่องก็ต้องขัดใจ
เช่น อยากไปในที่สถานที่ในอดีต แต่ไม่มีในปัจจุบัน
อยากพบคนที่จากไปนานแล้ว หรือ หาของที่ไม่มีมาก่อน
เมื่อไม่ได้อย่างใจ คุณแม่จะเข้าโหมด Sleepy
ที่สลับไปมาระหว่าง Normal กับ Sleepy ในช่วงกลางวัน
ถ้าเข้าโหมดนี้ถึงระดับหนึ่ง
ก็จะพาไปนอน ซึ่งท่านก็จะเป็นคนตัดสินใจเอง
อยู่ ๆ พาไปนอนก็ไม่ยอม
หลัง ๆ ท่านชอบนั่งอยู่ในครัว บางทีก็นั่งหลับในครัว
ในครัว คือ ห้องทานอาหาร ทานเสร็จก็นั่งต่อเลย
คงเพราะผมบอกท่านว่าเข้าครัว ไปเตรียมอาหาร
ระยะหลัง
คุณแม่ชอบจะนั่งในครัว หลังทานอาหารเสร็จ

[ช่วยตัวเองได้ กับไม่ได้]
ในบางเวลาที่อยู่ในโหมด Active
ท่านจะช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง เดินระยะสั้นได้
แต่ก็เป็นเวลาสั้นเท่านั้น และชอบแอบทำ
หรือทำไปโดยไม่รู้ตัว ทำแบบใจลอย
เช่น นั่งรถเข็นในครัว ผุดลุก ผุดนั่งจะเดินเข้าบ้าน
ทั้งที่ผมก็นั่งอยู่ข้าง ๆ พอถามว่าจะไปไหน
คุณแม่บอก จะไปห้องน้ำ ก็ให้นั่งรถเข็น แล้วพาเข้าบ้าน
หากไม่ทักก็จะเดินใจลอยเข้าไปในบ้านคนเดียว
ลืมผมนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว
ถ้าปล่อยท่านไป ก็จะเดินโซเซ ซึ่งล้มได้ทุกเวลาเหมือนกัน
ถ้าเข้าโหมด Sleepy มีปัญหาการทรงตัว
ไม่กังวลเรื่องเดินโซเซ ไม่กลัวเซล้ม
เดินไปตามใจสั่ง ที่เรียกว่า ใจลอย เกิดขึ้นบ่อย
ส่วนใหญ่ระยะหลังคุณแม่เริ่มดูแลตัวเองได้ดีขึ้น
ขัดขืน เพื่อจะทำเอง มีความอยากหายเป็นทุน
เข้าสู่โหมด Normal นานกว่าแต่ก่อน
แต่ตอนกลางคืน ช่วงตื่นเข้าห้องน้ำ
มักอยู่ในโหมด High Sleepy
ตอนพยุงเข้าห้องน้ำ ขาก็จะไม่มีแรง ทรงตัวแทบไม่อยู่
บางครั้งก็สั่นไปทั้งตัว จากพาร์กินสัน
แต่อาการสั่นมีไม่บ่อยนัก
ตอนกลางวันจะไม่มีอาการสั่นให้เห็น
ที่เห็น คือ ควบคุมการกลืนน้ำลายไม่ได้
กลางวันเคยกลืนน้ำลายได้ตลอด
รับยาไป 3 เวลา ทำให้กลืนน้ำลายกลางวันดีกว่า
ตื่นนอนใหม่ก็ไม่สั่น มีอาการที่ค้างอยู่ คือ ง่วงซึม
การง่วงซึมในช่วงเช้ามีผลต่อการกลืนอาหาร
ซึ่งข้าวเช้าเป็นมื้อที่หนักใจที่สุด
เนื่องจากกลืนได้ไม่ดี แต่ก็ไม่เคยสำลัก
เหมือนพาร์กินสัน กับอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นทีละน้อย